สวัสดีคร้าบ~~~ ^ ^
ผ่านอาทิตย์สอบไปแล้วอย่างชิวสุดๆ สอบแค่สองวิชา วันอังคารที่ 30 ก.ย. กับวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. สอบทั้งทีเลยพยายามห่างคอมซะหน่อย ผลคือ ได้ทั้งเล่น RockmanX5 ไปจนถึง Sigma stage และดูอนิเม Fate (ที่ไอ้น้องชายเอามาเผยแพร่)ไปหลายตอน 55555+ แต่เราก็อ่านหนังสือนะ จบตั้งแต่ก่อนฟ้ามืดก่อนเปาบุ้นจิ้นมา ทุบสถิติ 3 ปีที่ผ่านมาเลยเชียว!!
เข้าเรื่อง
ขอโวยวายยยยยยยยยยยย
แหกปากกกกกกกกกกกกกก
โหยหวนนนนนนนนนนน
กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงง
ว่า~~~~~~~~~~~~~~~~
ได้มหาลัยแล้วเฟ่ยยยยยยยยยยย~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!XD
ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงของเรา นี่เป็นอีกครั้งที่ผ่านมาได้ 5555+ (ต้องไปเติมโชคดีที่ใช้ไปเยอะเลยทีเดียว เอิ้ก)
คำเตือน: ฉบับเทกซ์พรืดยาวยุ่บยั่บ กรุณาใช้ความอดทนในการอ่าน ^ ^'' แต่ครั้งนี้ตั้งใจเรียบเรียงเหตุการณ์มาเล่าจริงๆนะเอ้อ รับรองความลุ้นระทึก !! (ตรงไหน)
เริ่มจากไหนดีหว่า
เริ่มจากเค้าให้หามหาลัย เริ่มติดต่อโปรเฟสเซอร์ทางนู้น
ตอนนั้นเรายังไม่ได้ใบประกาศเป็นตัวจริง ก็ยังไม่ได้รีบร้อนเหมือนชาวบ้านที่เส้นตายคือ 3 ต.ค. พอเห็นชาวบ้านเค้าเริ่มรีบเร่งกัน เราก็เลยเริ่มติดต่อบ้าง (ใจเย็นจริงๆฉัน)
ลืมบอกไป เค้าให้ติดต่อมหาลัย 3 ที่ที่ได้เลือกไว้ ถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ได้จดหมายรับรอง ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็จะหาให้ ซึ่งเค้าอาจจะลองติดต่อที่ที่เราได้เลือกไว้ให้อีกที หรืออาจจะส่งเราไปอยู่มหาลัย xxx ที่อยู่กลางทุ่ง yyy (ซึ่งข้อหลังความเป็นไปได้สูงมาก อ.บอกว่ามหาลัยนอกเมืองจะรีเควสต์ขอเด็กต่างชาติมาเยอะ)
เราเลือกมหาลัยตามนี้ จะไปทำด้าน Tissue Engineering ฮะ (วิศวกรรมเนื้อเยื่อ) ต้องเลือก professor และแล็ปที่จะไปทำด้วย
1.Kyoto university
2.Osaka university
3.Kyushu univesity
ตอนกำหนดส่งใบสมัครตัวจริง เวลาน้อยมากๆ เหลือเวลาตัดสินใจนิดเดียวเองง่ะ ตอนที่เลือกเจอแล็ปที่ตรงๆจริงๆแล็ปเดียวเองคือที่เกียวโต
ต่อๆ วันจันทร์ที่ 18 ส.ค. เราเริ่มติดต่อที่เกียวโตก่อน
กะจะส่งทีละที่ และรอการตอบกลับซักอาทิตย์กว่าๆ เพราะถ้าได้สองที่ขึ้นมาพร้อมกันมันก็ไม่ดี ร่างจดหมายซะนานแล้วก็ส่งเมล์พร้อมเอกสารแนบทั้งหมดไป ส่งเสร็จแป๊บเดียวสถานทูตโทรมาว่าได้ใบประกาศแล้ว ไอ้เราก็ดีใจๆโดยลืมไปเลยว่าพอเป็นตัวจริงเดธไลน์เราคือ 3 ต.ค. .....
ไม่กี่วันต่อมา อ.S อ.เราที่คณะ บอกว่าอ.ทาบาตะที่เกียวโตส่งเมล์มาบอกเค้าเรืองเรา ก่อนหน้านี้ช่วงที่เหลือเวลาน้อยนิดในการส่งใบสมัคร เราได้ไปปรึกษาอ.ท่านนี้ เพราะอ.ทำด้านนี้อยู่ และแนะนำโปรเฟสเซอร์มาให้คนเดียวกับที่เราหาเจอเลย อ.Sเคยไปอยู่แลปนั้นซะด้วย แต่อ.ก็ออกตัวก่อนว่าไม่เขียนแนะนำเราให้นะ เพราะไม่เคยทำงานกับเรา ไม่กล้าซี้ซั้วแนะนำ เราก็เข้าใจ อ.S ตอบเมล์อ.ทาบาตะไปว่าก็ตัดสินใจดูเอาเอง .....เอิ้ก ไอ้เราก็รู้สึกดีที่เมล์ไปแล้วเห็นความเคลื่อนไหว เพราะเห็นหลายคนส่งไปก็เงียบกริบไปหลายราย ....
ก็ใช่อะดิ หลังจากนั้นเรารออีกตั้งอาทิตย์กว่าก็เงียบตลอด เค้าไม่ตอบมาเลย -[]- ตอนนั้นก็เพิ่งรู้อีกว่า เค้าให้ apply ได้แค่สิ้นเดือนสิงหา ง่ะ -[ ]- (ทำไมตรูไม่เคยรู้อะไรเลยฟะ)
วันที่ 30 ส.ค. เราส่งเมล์หา professor Nakano Toru ที่โอซาก้า รอแล้วรอเล่าก็ยังคงเงียบ
ไม่ได้การ...อย่างนี้ต้องตื๊อแล้ว !!!
ตอนนั้นเพื่อนเราที่สมัครด้วยกันก็ได้จดหมายตอบรับจากม.โตเกียวมาแล้ว พอดูเมล์ที่มันส่งไป คนละเรื่องกับเราเลย -[]- ของเรานี่สั้นโคตรและดูไม่เป็นทางการ ภาษาบ้านๆ(พยายามแล้วนะ TwT) ของมันอ่านแล้วเครียด เพอร์เฟ็คต์และยาวมาก -[]- ในที่สุดเค้าก็ให้เราก๊อปของเค้าไปใช้เลย 555
วันที่ 9 ก.ย. ส่งเมล์หาที่เกียวโตอีกรอบ
เงียบ.....
วันที่ 15 ก.ย. เมล์หา prof.Ishikawa ที่คิวชู ครั้งนี้รู้สึกมั่นใจเพราะเป็นครั้งแรกที่ส่งไปด้วยเมล์ที่อัพเกรดแล้ว ฮ่า~~ ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากได้คิวชูๆแล้ว~~> < (ส่งไปอย่างไม่แคร์ว่าเกินสิงหาแล้ว เอิ้ก)
วันที่ 16 ก.ย. คิวชูตอบเมล์มาแล้ว !!!
ตื่นเต้นๆ เป็นเจ้าแรกที่ตอบสนองมา 5555 แต่คิดว่าตอบมาเร็วขนาดนี้คงไม่ได้ตอบรับทันทีหรอก เปิดเมล์มาก็ ตึงงงงงงงงง......... "ขอบคุณที่สนใจ แต่ภาคผมมีแต่ป.เอก" .........อาร้ายยยยยยยยย~~~-[]- เราหาอย่างสัพเพร่าไปเพราะเวลาไม่ทัน หรือว่าเค้าไม่ได้เขียนบอกไว้ก็ไม่รู้นะ แต่ก็ฟาล์วไปแล้วเจ้านึง อ้ากกกกกกก -[]- ทีนี้เลยโทรคุยกับพี่ที่สถานทูต เค้าบอกถ้าอย่างนั้นติดต่อที่อื่นนอกเหนือจากที่นั่นดูก็ได้
วันเดียวกัน ตื๊ออีกด้วยการเมล์หาฝ่าย admission ของม.โอซาก้า แล้วก็หาข้อมูลม.คิวชู พบโปรท่านนึง จิ้มเข้าไปดูด้วยความชอบชื่อ "Kidoaki Satoru" (คงไม่ต้องบอกเหตุผล :3) เข้าไปดูก็พบว่า โอ้ !!! โอ้~!!! โอ้~!!! ตรงเข้าอย่างนะจังงัง !!! ถูกใจโปรเจคต์แล็ปเค้ามาก หลังจากดูเปเปอร์ผ่านๆไปหลายเปเปอร์ เราก็ติดต่อโปรท่านนี้ทันที (พบว่าคนที่ออกเปเปอร์ร่วมกับเค้าตั้งหลายงานชื่อมัตสึดะล่ะ >w< << เหตุผลสนับสนุน?) ตอนนั้นความอยากเข้าคิวชูถึงพีคเลยทีเดียว ตั้งแต่คณะวิศวะที่นั่นก็ดีเนอะ ฟุคุโอกะก็อยู่สบาย ไปถึงเหตุผลที่คนที่นัดไปดูคอนเจ๊ไมด้วยกันก็อยู่แถวนั้น 5555+
พุธ 17 ก.ย. โอซาก้าตอบปฏิเสธมาว่า....เกินกำหนดรับแล้ว !!!! -[ ]- (พร้อมหลักฐานด้วยหน้าเว็บที่บอกเงื่อนไข)
อาร้ายยยยย ไม่ยอมๆ เราส่งเมล์ไปครั้งแรกยังไม่เกินสิงหานะ >_< มาปฏิเสธกันอย่างนี้ไม่ยอม ต้องตื๊อต่อ อีกใจนึงก็ ทำไมคิวชูยังไม่ตอบกลับมานะ อยากเข้าจะแย่แล้วเนี่ย ~~~~~>"< รู้สึกความน่าจะเป็นที่จะได้ไปอยู่มหาลัย xxx กลางทุ่ง มันมากขึ้นเรื่อยๆ.....อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก (เหงื่อตกออกมาเป็นสาย)
วันเดียวกัน อ.N ที่ปรึกษาซีเนียร์โปรเจคต์เรา พาไปคุยกับอ.ท่านนึงที่จะช่วยเรื่องเกียวโตได้ อ.W เป็นถึงผอ.นาโนเทคคนที่แล้ว ช่วงที่เราฝึกงานอยู่นั่นแหละ แต่ยังไม่เคยเจอจังๆหรอก โอ้~~~ ความรู้สึกประมาณจะได้เข้าพบคนระดับนั้น~~~-[]- ก่อนหน้านี้ไม่นานเราเพิ่งเล่าเรื่องให้อ.ฟัง อ.ถามว่าอยากที่ไหนก็บอกว่าเกียวโต (อ.ที่ปรึกษาเราก็จบเกียวโต) ไม่กี่วันต่อมา (ช่วงที่ความรู้สึกเทไปทางคิวชู เลิกหวังเกียวโต แต่ยังตามตื๊อโอซาก้า55+) อ.Nก็ให้นัดอ.Wท่านนี้ไปคุยแล้ว (โดดเรียนตอนเย็นไปคุยเลยทีเดียว เอิ้ก)
แค่อ.W ถามว่าจะไปทำรีเสิร์จด้านไหน คณะอะไร บอกแค่นั้นอ.ก็พูดชื่อโปรท่านนั้นออกมาเลย "อ๋อ ทาบาตะ คนนั้นน่ะไฮเปอร์มาก"
........-[ ]-
" เค้าพูดเร็วมากๆ ภาษาอังกฤษปร๋อ แถมจบดร.ถึง 3 ใบ "
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! -[ ]-
"มีอะไรบ้างนะ ทั้งหมอ เภสัช พอลิเมอร์"
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! -[ ]-
ตอนนั้นคำพูดที่เคยไปปรึกษาอ.ก่อนจะเลือกโปรท่านนี้ก็เทซัดมา เป็นสิ่งที่กังขาเรามาตลอดทำให้เราเลือกที่นี่ไปอย่างไม่แน่ใจ จริงๆอึ้งตั้งแต่ที่เราจิ้มชื่ออ.ดูในเว็บตีพิมพ์บทความทางวิชาการแล้ว แค่ตั้งแต่ปี 2000 มีเปเปอร์ออกมาถึง 100 กว่าฉบับ (ซึ่งเปเปอร์พวกนี้ทั่วๆไปเค้าเขียนกันเป็นหลายเดือน เกินครึ่งปี แต่นี่ตีพิมพ์ชนิดแทบจะรายเดือนเลยทีเดียว) อ.ท่านนั้นบอกว่า โปรคนนี้แอคทีฟมากๆ ต้องมีผลงานให้เค้าทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ แล้วเข้าไปอยู่ที่นั่นก็ต้องขวนขวายเองนะ ที่นั่นเค้าไม่ค่อยชอบคุยกับคนต่างชาติ ตอนอ.ไป เข้าแล็ป 9 โมงเช้าถึงตี 2 นอนในแล็ปกันไปเลย
ไม่อ๊าววววววววววววววว~~~~~~~~~~~~~~~
ไม่อยากเข้าที่นั่นแล้ว~~~~~~~~~~~~~T___T
( เหตุผลที่ตอนนั้นเลือกเกียวโต มหาลัยดี มหาลัยดัง (มาเห็นทีหลังว่าแรงค์ว่าเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น แต่แรงค์มันก็วัดอะไรไม่ค่อยได้หรอก) ด้านวิทยาศาสตร์ก็เด่น เกียวโตสวย สงบ ริทสึเมคังที่เจ๊ไมเรียนก็อยู่เกียวโต.....)
ลำบากใจจริงๆ อ.ที่จะช่วยแนะนำเราให้ที่นั่นได้อยู่ตรงหน้า อ.W บอกให้เราส่งแผนการเรียนที่ส่งไปที่นั่นให้เค้าดูหน่อย มันอาจจะยาวเกิน โปรเฟสเซอร์ยุ่งๆเค้าไม่มานั่งอ่านกันหรอก ตอนผมอยู่นาโนเทค เมล์พวกนี้มาวันละหลายสิบฉบับ ขืนตอบหมดก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ลำบากใจมากที่อ.จะช่วย และเราก็จะให้อ.ช่วย เพราะอะไรๆข้างหน้าก็ยังไม่แน่นอน เดี๋ยวไม่ได้เลยสักที่จะขำไม่ออก ทั้งๆที่เราไม่อยากเข้าเกียวโตแล้ว....
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (คืนนั้นแหกปากให้ที่บ้านหนวกขูหลายรอบ)
คิวชูตอบมาซะที อยากเข้าคิวชู~~~~~~~~~T___T
คืนนั้นก็ส่งเมล์แผนการเรียนให้อ.ท่านนั้น
พฤหัส 18 ก.ย.
ตอนเช้าเช็คเมล์อ.ท่านนั้นก็คอมเมนท์เรื่องแผนการเรียนเรามาทันที บอกว่าเขียนได้ดี แต่.......สรุปแล้ว.....แก้ใหม่หมดเลยว่างั้น 555 ในขณะที่งานทำ research methodology ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้าก็กอง คิดว่าคืนนี้ทิ้งงานไว้ก่อนทำไอ้นี่ละกัน และแล้วพอเช็คเมล์ในเย็นนั้นเอง...
โอซาก้าตอบมา !!!!
prof.Nakano ตอบเมล์มาถึง 2 ฉบับในวันเดียวกัน ตื๊อได้ผล !!!!!?? บอกว่า ความสนใจเรากับแล็ปเค้ามันไม่ตรงกันเท่าไร คาดว่าเราคงดูจากเว็บที่ไม่อัพเดทนั่น ง่ะ -[]- ยังไงก็ตาม เค้าได้แนะนำโปรอีกท่านให้ prof.Akashi บอกว่าเป็น expert ด้าน Tissue Engineering เลยทีเดียว ใอ้ลองคุยดู เปิดเมล์อีกฉบับ เค้าบอกว่าเค้ากับโปรคนนั้น (เดี๋ยวก็ใช้ท่านเดี๋ยวก็ใช้คนแฮะเรา ^ ^'') คุยกันแล้ว เค้ายินดีรับเราถ้าเราจะเข้า ให้เราติดต่อโดยเร็ว
โอ้~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!
โอซาก้า !!!!! โอซาก้า !!!!!! บังเกิดแล้ว~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!! >_____<
พิจารณาอยู่ครู่นึง นั่งดูผลงานโปรท่านนั้น พบว่ากว้างอยู่ ไม่ตรงเป๊ะนัก แต่แล็ปเค้าก็เหมือนเน้นด้านนี้เหมือนกัน
อ๊ะ....แล้วเรื่องเกียวโตล่ะ....?
ตอนนั้นมันอยากโอซาก้าชนิดโผเข้าหาละ เหมือนพ้นแลปเกียวโตที่น่ากลัวไปแล้ว 555 เกิดความลังเลขึ้นหนึ่งจังหวะ ตอนที่เพื่อนคนที่ได้โตเกียวบอกว่าเกียวโตชื่อเสียงเป็นต่อโอซาก้าหลายขุม พร้อมข้อมูลแรงค์มหาลัยโลกที่ห่างกันอยู่เยอะ ....
ในสายตาเราคิดว่า มหาลัยในญี่ปุ่นก็ดีๆทั้งนั้น มาตรฐานเค้าไม่ต่างกันมาก ศักดิ์ศรีดีกรีเกียวโตกับโอซาก้าเราก็ว่าไม่ต่างกันนา เกือบลังเลเพราะแรงค์แล้ว แต่แรงค์มันบอกอะไรไม่ได้หรอก ถ้าจะดูให้ชัดขึ้นก็ดูตรงแรงค์จากแต่ละฟีลด์ เราพบว่าในเวลานั้นไม่ใช่เวลาที่ควรมาเทียบว่าที่ไหนดังกว่า แต่ควรเอาความแน่นอน อ.ท่านนั้นแนะนำเราไปเกียวโตอาจจะไม่ได้ก็ได้ และถ้าเราตอบรับโอซาก้าช้าก็อาจไม่ทันการณ์ และก็ความพอใจของเราด้วย ในคืนนั้นก็ตัดสินใจว่าไม่เอาเกียวโตเอาโอซาก้าละ
ทำไงดีหว่า เพิ่งระลึกได้ว่าการปฏิเสธมันก็ยากพอๆกับการขอร้อง แต่จะให้อ.ดำเนินการให้เรามากไปกว่านี้ก็ไม่ได้แล้วถ้าเราไม่อยากเอาเกียวโต ว่าแต่โอซาก้าเค้าชัวร์แน่รึเปล่าหว่า .....วันรุ่งขึ้น ได้เจออ.ที่ปรึกษาเราเพราะไปดูแลปที่รพ.เลิดสิน คุยๆเค้าก็บอกก็เอาสิ ไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นแลปสุดอลังการอย่างนั้นเลย อยู่ที่คนมากกว่า ประมาณนั้น ^ ^'' ตอนเย็น คิดหาคำพูด 1412 ตลบ ในที่สุดเราก็โทรไปปฏิเสธอ.ท่านนั้น เฮ่อ โล่งไปอีกเปราะ~ -w- ยังไงก็ขอบคุณอ.ทั้งสองท่านที่จะช่วยเรามากๆเลยฮะ >/\<
20 ก.ย. วันเสาร์ ....เรียนเสร็จกลับบ้านมาเช็คเมล์....
คิวชูตอบรับมา !!!!!!!!! prof.Kidoaki ตอบรับมาอย่างดีมาก บอกว่ารีเสิร์ชที่เราจะทำแมชกับแล็ปเค้าสุดๆ ชมถึงขนาดเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นเรา ยินดีรับเราเลย
อ้ากกกกกกกกกกกกกก ประทับใจ~~~~~~~~~~~~~T^T เป็นเจ้าแรกที่ตอบรับมา ตอบมาอย่างดีเลย
แต่.........................
ช้าไป 2 วัน ~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! โอซาก้าตอบรับมาก่อนอ้ะ~~~~~~~~~ แต่โปรแลปนั้นก็ยังไม่ได้ตอบรับเรามาโดยตรงนะ แค่เพื่อนเค้าไปคุยให้แล้วตกลงเฉยๆ
ความสับสนท่วมท้น......
แลปที่จะเข้าไปคอนเฟิร์มแล้วอยู่ตรงหน้า
อีกแลปยังไม่คอนเฟิร์ม แต่น่าจะชัวร์ 90%
ไม่อยากปฏิเสธเลย ทั้งคิวชู โปรยุ่งๆต้องพิจารณาเอกสารเรามากมายแล้วก็ตอบรับมาอย่างดี ทั้งความรู้สึกถูกชะตาชื่อโปรและคนที่ออกเปเปอร์ร่วมกับเค้า(นั่นเป็นเหตุผลด้วยเรอะ?) ทั้งเรื่องที่แลปคิวชูนั้นตรงสุดๆ ทั้งโอซาก้า
ใจเย็นๆ เรามีสิทธิ์เลือก
แต่ความรู้สึกที่พีคอยากเข้าคิวชูมันลดไปตอน(พรี)ได้โอซาก้าแล้วอะ
ที่ไหนดี?
ตุ่นอายุ xx เพิ่งรับรู้รสชาติความสับสนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของชีวิต..........
(แหกปากโวยวายออกมาเป็นระยะ)
อะไรเนี่ยยยยยยย นี่เป็นเรื่องที่เราไม่อยากเจอมากที่สุดรองจากการที่ไม่ได้รับซักมหาลัย ก็คือการได้ชนสองที่พร้อมกันนี่แหละ ถึงได้ส่งเมล์แบบค่อยๆรอคำตอบ จากตอนแรกปวดหัวไม่มีที่เรียน ตอนนี้กลายเป็นมาได้สองที่พร้อมกัน ปวดหัวเลือกไม่ถูกอีก อ้ากกกกกกกกก~~~~~~~~
ชั่งใจไม่ถูกเลยทีเดียว หาเหตุผลประกอบรอบทิศตั้งแต่เรื่องแลป มหาลัย ทำเลที่ตั้ง ทัวร์คอนเสิร์ตเจ๊ไม ระยะทางจากกรุงเทพ.......ฯลฯ (เอ่อ.....)
ม.คิวชู
-แลปตรง 100%
-ปรึกษากับยูกิ ทำเลดี ไม่ห่างจากตัวเมืองมาก มีรถหลายสาย ไม่ไกลจากสนามบินด้วย
-มหาลัยดี วิศวะก็เด่น
-อากาศอยู่สบาย ไม่เลวร้าย
-ที่สำคัญ.....ทัวร์คอนเสิตเจ๊ไมทุกปีก็ลงไปถึงฟุคุโอกะทุกครั้ง!!!! 55555555+ ดูไปถึง countdown live 2 ครั้งที่ผ่านมาเลย จัดที่โยโกฮาม่าทั้ง 2 ครั้ง ก็ไกลอยู่นะ (แต่ถึงจะไกล ถ้าอยู่คิวชูก็จะขึ้นไปดูให้ได้อยู่ดี 555) (เครดิต by ยูกิ again 555)
-ระยะจากกรุงเทพด้วยการบินไทย ฟุคุโอกะ 3717 กิโล ฟังดูไม่ไกลบ้านเกิดเท่าไรแฮะ 555 (เครดิต ท่านอา)
-มีคนไทยอยู่ที่ม.คิวชูราวๆ 30 คนมั้ง
-มียูกิอยู่แถวนั้น 555
ม.โอซาก้า
-แลปตรงแหละ แต่ออกจะกว้างกว่า มาพบทีหลังว่าแลปท่าจะใหญ่มาก มาพบทีหลังอีกทีว่าทั้งแลปคิวชูและโอซาก้ามีชื่ออยู่ในเว็บเดียวกันด้วย เอาเป็นว่าตรงฟีลด์ทั้งคู่
- ห่างจากตัวเมืองนิดนึง แต่การเดินทางก็โอเค (นี่ก็ยูกิดูเส้นทางให้ 55)
-เด็กไทยอยู่โอซาก้าเยอะมาก คุยกับรุ่นพี่ที่เป็นดร.อยู่นาโนเทคคนนึง บอกให้ลองหาบอร์ดเด็กคันไซ จิ้มปุ๊บเจอปั๊บเลย ที่นั่นคึกคักมาก เป็นสมาคมเด็กไทยในญี่ปุ่น ^ ^ ไปโพสท์กระทู้ถามไว้ เค้าตอบมาให้อย่างดีเลย ทำให้รู้สภาพที่นั่นมากขึ้น
-ของกินสารพัดนี่นา 5555
-เหตุผลหลัก อีเวนท์สารพัดชอบไปลงโอซาก้า (โดยเฉพาะแฟนคลับอีเวนท์เจ๊ไม ครึ...) โอซาก้าจะไปไหนก็ใกล้ไม้ใกล้มือ ใกล้เมืองหลวงกว่าคิวชูเยอะ
-ทัวร์ส่วนใหญ่ก็ไปลงที่นั่น ถ้าไปอยู่ที่นั่น ก็คงไปเจอหน้าใครๆที่ไปเที่ยวได้ไม่ยาก ^ ^
- ระยะทางจากกรุงเทพ KIX 4152 กม. แลดูไกลกว่าคิวชูเยอะ
ชั่งใจๆ โฮก~~~~~~~~~~~~ (รู้สึกน้ำหนักจะเทไปทางเหตุผลข้อหลังๆ)
พ่อ: จะเลือกที่ไหนก็เลือกไปเถอะ แกจะไปดูไลฟ์ไมเป็นเป้าหมายหลักก่อนไปเรียนไม่ใช่รึ ....เอ่อ...^ ^;;;
โทรไปหาอ.ที่สอนภาษาญี่ปุ่น อ.บอกว่าอยากอยู่สงบๆคนน้อยหน่อยก็คิวชู ชอบคนพลุกพล่านแสงสีก็โอซาก้า ไม่แพ้โตเกียว (จริงๆที่เราไม่เลือกโตเกียวหรือแถบโตเกียวเพราะไม่ชอบคนยุ่บยั่บเกินนะ ^ ^'' ) เราก็ถามเรืองที่เที่ยวกับแหล่งบันเทิง โอซาก้ามีทุกอย่าง จะไปเที่ยวละแวกข้างๆค่าเดินทางก็ถูกกว่าคิวชู แต่เส้นทางรถไฟน่าปวดหัวเป็นที่สุดเพราะเป็น loop line ไปๆมาๆพบว่าเราคงชอบอยู่โอซาก้ามากกว่าแฮะ....เริ่มเทใจไปโอซาก้ามากขึ้น
ทว่าตอนนั้น โอซาก้าก็ยังไม่ตอบคอนเฟิร์มให้เป็น 100% ซะที ในที่สุดก็ตัดสินใจว่า คืนวันนั้น (22 ก.ย.) ส่งเมล์ไปเร่งโอซาก้า ให้เวลาเค้าถึงวันที่ 24 (เพราะเราต้องได้จดหมายรับรองไปส่งสถานทูตวันที่ 3 ตุลา เฮือกๆ~) ปรากฏว่า
จันทร์ 22 ก.ย. โปรท่านนั้นตอบรับมาแล้ว แต่ว่า.....
ให้เราไปให้อ.S(2) ที่วิทยาลัยปิโตรเคมีจุฬาที่เป็นเพื่อนเค้าสัมภาษณ์ก่อนเพื่อความชัวร์ ....!!! -[]- เย้ย~~~~~ มีงี้ด้วย เลยโทรไปคุยกับอ.ท่านนั้น คุยๆไปนิดนึงเค้าก็บอกว่าให้ไปหาผมดีกว่า ไหนๆก็อยู่จุฬานิ เลยนัดวันพุธ 9 โมงเช้า (เรียน 4 โมงเย็นแท้ๆ มีการไปต่อรองเวลาเค้าด้วยนะเรา เอิ้ก)
พุธ 24 ก.ย.
อ.S(2) เหมือนใจดีแต่ถามอะไรโหดมากขึ้นเรื่อยๆ พอบอกว่ามีเรียนออร์เคม ถามวิชาการมาตรูตอบไม่ได้~~~~~~~~-[]- มันของปีสองอ้ะ คุ้นแต่คำแต่นึกไม่ออก น่าเศร้าที่สุด OTL อ.บอกว่าถึงจะเรียนผ่านมาแล้วแต่เรื่องพวกนี้ก็ควรรู้ไว้นะ ไม่งั้นไปอยู่ที่นั่นจะทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ทำตามที่เค้าบอก ของพวกนี้ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ จะได้คิดอะไรเองได้ โอ้~~~> < ไปๆมาๆอ.เล่นสัมภาษณ์ทั้ง 3 ภาษา ไทย ปะกิด ยุ่น ก็อ.จบตรีโทเอกจากแลปนั้นอะ -[]- มีพี่เดินเข้าออก 2-3 คน อ.บอกนี่ๆคนนั้นก็เคยไปแลปนั้น คนนี้ก็จบมาจากแลปนั้น โอ้ O[]O สัมภาษณ์เสร็จอ.มีการถ่ายรูปเป็นหลักฐานส่งไปให้โปรเค้าดูด้วย 5555+ เหมือนจะตอบอะไรต๊องๆไปเยอะแต่ก็ไม่มีอะไรซีเรียส ^ ^'' อ.บอกว่าแนวเราน่าจะถูกใจโปรเค้า ตลกๆดีแบบนี้ ....ง่ะ ^ ^'';;; ยังไงก็ขอบคุณอ.S(2) มากฮะ > < และในเย็นวันนั้นเอง prof.Akashi ก็ตอบเมล์ว่ารับเรามาเป็นที่เรียบร้อย โฮ~~~~~~~~\TwT/ ในที่สุด ขอบคุณมากคร้าบ~~ แล้วก็ส่งเมล์ไปปฏิเสธคิวชูในที่สุดหลังจากทุกอย่างดูแน่นอนแล้ว TwT
พฤหัส 25 ก.ย.
ทว่า เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังเหลือ Letter of acceptance คืนนั้นก็นั่งหาไฟล์แบบฟอร์ม จะได้ส่งไปให้เค้า เรามีตัวจริงอยู่แต่จะส่งไปส่งมาก็คงไม่ทันกันพอดี ตอนกลางคืนก็โทรไปถามสถานทูตไม่ได้ด้วย วันรุ่งขึ้นถามแล้วได้ความว่าสแกนส่งก็ได้ ทว่า วันนั้นคอนโดตัดไฟถึงเที่ยง เราเรียนบ่าย กว่าไฟจะมาเราก็ออกไปมหาลัยแล้ว สแกนไม่ได้ โฮกกกก (งี่เง่าจริงๆน่าจะสแกนไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว -__- ) เลยให้ท่านพี่เอาไปสแกนที่ออฟฟิศให้ แล้วเรากะไปส่งเมล์ที่มหาลัย ทว่า ด้วยความติงต๊องของแมวร้อน ในที่สุดก็กลับมาส่งที่บ้านตอนเย็น ยังไงก็ขอบคุณท่านพี่มากฮะ > <
เฮ่อ ในที่สุดก็ส่งแบบฟอร์มให้เค้าสำเร็จ~ - -
ทว่า (กี่ว่าแล้วเนี่ย) รุ่งขึ้นโปรก็ยังไม่เห็นตอบมา รุ่งขึ้นของรุ่งขึ้นก็ยัง จะไม่ทัน 3 ต.ค. แหล่วววววว ตามๆ ~~~> < ปรากฏโปรตอบเมล์มาว่า เค้าเพิ่งไปจัดงานประชุมพอลิเมอร์อะไรสักอย่างมา อืม ท่าทางโปรยุ่งทีเดียว แต่เราก็อาการน่าหวาดเสียวขึ้นทุกวันเหมือนกัน TwT แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายังพอสบายใจได้ก็คือที่พี่A ที่สถานทูตบอกมาว่า เลทได้นิดหน่อย ไปๆมาๆ ในที่สุด วันพฤหัสที่ 2 ต.ค. เลขาเค้าก็ส่งเมล์มาให้ดูว่าทำเสร็จแล้ว โอเคมั้ย ในที่สุดก็ได้เห็นจดหมาย~~~TwT แต่รุ่งขึ้นมันวันเดดไลน์แล้ว แต่พี่A บอกว่า ส่งเมล์ไฟล์จดหมายนั่นมายืนยันก่อนก็โอเคเค้ายืดหยุ่นให้ได้ ไชโย~~~~\TwT/ แต่มาได้คุยกับพี่เค้าตอนวันศุกร์หลังสอบเสร็จอยู่สยามแล้ว เลยให้ไอ้น้องชายที่ออนไลน์สแตนด์บายส่งเมล์ให้ แต๊งหลายๆ
วันอาทิตย์ที่ 5 ต.ค. ตอนกลางคืน กลับจากเดินห้างทำธุระ (กินข้าว ซื้อการ์ตูนและดีวีดีเคโรโระเนี่ยนะ)
มาถึงบ้านก็เห็นซองวางอยู่บนโต๊ะเรา....
มาแล้ว !!!!
มาแล้ว !!!!!!!!!!!! (คำแรกที่ในหัวอุทานออกมา เป็นประโยคจากรายการเจ้าขุนทอง....55555 )
ผ่างงงงงงงงงงง ~!!!!!!!!!!
.
ผ่างงงงง ผ่างงงงงงงงงงงง !!!!!!!!!!!!!!
.
วิ้งงงงงงงงงงงงงงง~~~~~~~~~~~~
ในที่สุด ก็ได้ซะที~~~~~~~~~~~~~~~~~
ม.โอซาก้า~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แล้ววันนี้ก็เอาไปส่งที่สถานทูตเรียบร้อยเป็นอันเสร็จพิธี TwT รอการตอบรับแบบเป็นทางขั้นสุดท้ายเดือนมกรา 52 ฮะ ~~~~>w<
ทั้งนี้ ขอบคุณทุกๆคนที่ให้ความช่วยเหลือเราฮะ ท่านพ่อที่ให้คำปรึกษาช่วยคิดและวางแผนมาให้ตลอด อาจารย์และทุกคนที่ให้คำปรึกษาและฃ่วยหาข้อมูลให้เรา ท่านป้า พี่ และไอ้น้องชายที่ฟังเราบ่นและโวยวายได้ทุกวัน ขอบคุณทุกคนมากคร้าบ~~~>w<
****************************
ยาวเหยียดเฉียดดอยอินทนนท์จริงๆเอนทรี่นี้ ใครอ่านมาถึงตรงนี้ได้นี่สุดยอดมากฮะ ^ ^;;; ถ้าเอนทรี่นี้เป็นประโยชน์หรือให้ข้อคิดกับใครได้เราจะดีใจมากฮะ ^ ^ (มีของอย่างนั้นอยู่ในเอนทรี่นี้ด้วยรึ?) มาถึงตรงนี้เราก็ไม่รู้ว่าเรามาได้ยังไง แต่เรื่องเดียวที่เรามั่นใจก็คือความบ้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง ตั้งใจไว้ตั้งแต่ม.ปลาย เริ่มทำตามแผนตั้งแต่เข้าปี 1 สำหรับใครที่คาดหวังอะไรไว้ ถ้ามีความตั้งใจเป็นแผนการที่ยาวนาน มันจะหนีไปไหนได้ มันก็จะเป็นจริงในที่สุด!!! ขอบคุณที่ติดตามหลุมตุ่นตอนยาวๆอีกตอนกันคร้าบ~~ ^ ^
edit @ 6 Oct 2008 15:48:35 by Pengๆ/docoro
edit @ 6 Oct 2008 15:49:50 by Pengๆ/docoro
edit @ 6 Oct 2008 15:50:55 by Pengๆ/docoro
edit @ 6 Oct 2008 15:59:03 by Pengๆ/docoro
edit @ 8 Oct 2008 00:47:48 by Pengๆ/docoro