สวัสดีคร้าบ~~~ ^ ^

ผ่านอาทิตย์สอบไปแล้วอย่างชิวสุดๆ สอบแค่สองวิชา วันอังคารที่ 30 ก.ย. กับวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. สอบทั้งทีเลยพยายามห่างคอมซะหน่อย ผลคือ ได้ทั้งเล่น RockmanX5 ไปจนถึง Sigma stage และดูอนิเม Fate (ที่ไอ้น้องชายเอามาเผยแพร่)ไปหลายตอน  55555+ แต่เราก็อ่านหนังสือนะ จบตั้งแต่ก่อนฟ้ามืดก่อนเปาบุ้นจิ้นมา ทุบสถิติ 3 ปีที่ผ่านมาเลยเชียว!!

เข้าเรื่อง

ขอโวยวายยยยยยยยยยยย

แหกปากกกกกกกกกกกกกก

โหยหวนนนนนนนนนนน

กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงง

ว่า~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ได้มหาลัยแล้วเฟ่ยยยยยยยยยยย~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!XD

 

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงของเรา นี่เป็นอีกครั้งที่ผ่านมาได้ 5555+ (ต้องไปเติมโชคดีที่ใช้ไปเยอะเลยทีเดียว เอิ้ก)

คำเตือน: ฉบับเทกซ์พรืดยาวยุ่บยั่บ กรุณาใช้ความอดทนในการอ่าน ^ ^'' แต่ครั้งนี้ตั้งใจเรียบเรียงเหตุการณ์มาเล่าจริงๆนะเอ้อ รับรองความลุ้นระทึก !! (ตรงไหน)

 

เริ่มจากไหนดีหว่า

เริ่มจากเค้าให้หามหาลัย  เริ่มติดต่อโปรเฟสเซอร์ทางนู้น

 

ตอนนั้นเรายังไม่ได้ใบประกาศเป็นตัวจริง ก็ยังไม่ได้รีบร้อนเหมือนชาวบ้านที่เส้นตายคือ 3 ต.ค. พอเห็นชาวบ้านเค้าเริ่มรีบเร่งกัน เราก็เลยเริ่มติดต่อบ้าง (ใจเย็นจริงๆฉัน)

ลืมบอกไป เค้าให้ติดต่อมหาลัย 3 ที่ที่ได้เลือกไว้ ถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ได้จดหมายรับรอง ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็จะหาให้ ซึ่งเค้าอาจจะลองติดต่อที่ที่เราได้เลือกไว้ให้อีกที  หรืออาจจะส่งเราไปอยู่มหาลัย xxx ที่อยู่กลางทุ่ง yyy (ซึ่งข้อหลังความเป็นไปได้สูงมาก อ.บอกว่ามหาลัยนอกเมืองจะรีเควสต์ขอเด็กต่างชาติมาเยอะ)

เราเลือกมหาลัยตามนี้ จะไปทำด้าน Tissue Engineering ฮะ (วิศวกรรมเนื้อเยื่อ) ต้องเลือก professor และแล็ปที่จะไปทำด้วย

1.Kyoto university

2.Osaka university

3.Kyushu univesity

ตอนกำหนดส่งใบสมัครตัวจริง เวลาน้อยมากๆ เหลือเวลาตัดสินใจนิดเดียวเองง่ะ ตอนที่เลือกเจอแล็ปที่ตรงๆจริงๆแล็ปเดียวเองคือที่เกียวโต

ต่อๆ วันจันทร์ที่ 18 ส.ค. เราเริ่มติดต่อที่เกียวโตก่อน

กะจะส่งทีละที่ และรอการตอบกลับซักอาทิตย์กว่าๆ เพราะถ้าได้สองที่ขึ้นมาพร้อมกันมันก็ไม่ดี ร่างจดหมายซะนานแล้วก็ส่งเมล์พร้อมเอกสารแนบทั้งหมดไป ส่งเสร็จแป๊บเดียวสถานทูตโทรมาว่าได้ใบประกาศแล้ว ไอ้เราก็ดีใจๆโดยลืมไปเลยว่าพอเป็นตัวจริงเดธไลน์เราคือ 3 ต.ค. .....

 

ไม่กี่วันต่อมา อ.S อ.เราที่คณะ บอกว่าอ.ทาบาตะที่เกียวโตส่งเมล์มาบอกเค้าเรืองเรา ก่อนหน้านี้ช่วงที่เหลือเวลาน้อยนิดในการส่งใบสมัคร เราได้ไปปรึกษาอ.ท่านนี้ เพราะอ.ทำด้านนี้อยู่ และแนะนำโปรเฟสเซอร์มาให้คนเดียวกับที่เราหาเจอเลย อ.Sเคยไปอยู่แลปนั้นซะด้วย แต่อ.ก็ออกตัวก่อนว่าไม่เขียนแนะนำเราให้นะ เพราะไม่เคยทำงานกับเรา ไม่กล้าซี้ซั้วแนะนำ เราก็เข้าใจ  อ.S ตอบเมล์อ.ทาบาตะไปว่าก็ตัดสินใจดูเอาเอง .....เอิ้ก ไอ้เราก็รู้สึกดีที่เมล์ไปแล้วเห็นความเคลื่อนไหว เพราะเห็นหลายคนส่งไปก็เงียบกริบไปหลายราย ....

ก็ใช่อะดิ หลังจากนั้นเรารออีกตั้งอาทิตย์กว่าก็เงียบตลอด เค้าไม่ตอบมาเลย -[]- ตอนนั้นก็เพิ่งรู้อีกว่า เค้าให้ apply ได้แค่สิ้นเดือนสิงหา ง่ะ -[  ]- (ทำไมตรูไม่เคยรู้อะไรเลยฟะ)

 

วันที่ 30 ส.ค. เราส่งเมล์หา professor Nakano Toru ที่โอซาก้า รอแล้วรอเล่าก็ยังคงเงียบ

 

ไม่ได้การ...อย่างนี้ต้องตื๊อแล้ว !!!

ตอนนั้นเพื่อนเราที่สมัครด้วยกันก็ได้จดหมายตอบรับจากม.โตเกียวมาแล้ว  พอดูเมล์ที่มันส่งไป คนละเรื่องกับเราเลย -[]- ของเรานี่สั้นโคตรและดูไม่เป็นทางการ ภาษาบ้านๆ(พยายามแล้วนะ TwT)  ของมันอ่านแล้วเครียด เพอร์เฟ็คต์และยาวมาก -[]-  ในที่สุดเค้าก็ให้เราก๊อปของเค้าไปใช้เลย 555

 

วันที่ 9 ก.ย. ส่งเมล์หาที่เกียวโตอีกรอบ

 

เงียบ.....

วันที่ 15 ก.ย. เมล์หา prof.Ishikawa ที่คิวชู  ครั้งนี้รู้สึกมั่นใจเพราะเป็นครั้งแรกที่ส่งไปด้วยเมล์ที่อัพเกรดแล้ว ฮ่า~~ ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากได้คิวชูๆแล้ว~~> <  (ส่งไปอย่างไม่แคร์ว่าเกินสิงหาแล้ว เอิ้ก)

 

วันที่ 16 ก.ย. คิวชูตอบเมล์มาแล้ว !!!

 

ตื่นเต้นๆ เป็นเจ้าแรกที่ตอบสนองมา 5555 แต่คิดว่าตอบมาเร็วขนาดนี้คงไม่ได้ตอบรับทันทีหรอก เปิดเมล์มาก็ ตึงงงงงงงงง......... "ขอบคุณที่สนใจ แต่ภาคผมมีแต่ป.เอก"  .........อาร้ายยยยยยยยย~~~-[]- เราหาอย่างสัพเพร่าไปเพราะเวลาไม่ทัน หรือว่าเค้าไม่ได้เขียนบอกไว้ก็ไม่รู้นะ แต่ก็ฟาล์วไปแล้วเจ้านึง อ้ากกกกกกก -[]- ทีนี้เลยโทรคุยกับพี่ที่สถานทูต เค้าบอกถ้าอย่างนั้นติดต่อที่อื่นนอกเหนือจากที่นั่นดูก็ได้

วันเดียวกัน ตื๊ออีกด้วยการเมล์หาฝ่าย admission ของม.โอซาก้า  แล้วก็หาข้อมูลม.คิวชู พบโปรท่านนึง จิ้มเข้าไปดูด้วยความชอบชื่อ "Kidoaki Satoru" (คงไม่ต้องบอกเหตุผล :3)  เข้าไปดูก็พบว่า โอ้ !!! โอ้~!!! โอ้~!!! ตรงเข้าอย่างนะจังงัง !!! ถูกใจโปรเจคต์แล็ปเค้ามาก  หลังจากดูเปเปอร์ผ่านๆไปหลายเปเปอร์ เราก็ติดต่อโปรท่านนี้ทันที (พบว่าคนที่ออกเปเปอร์ร่วมกับเค้าตั้งหลายงานชื่อมัตสึดะล่ะ >w< << เหตุผลสนับสนุน?) ตอนนั้นความอยากเข้าคิวชูถึงพีคเลยทีเดียว ตั้งแต่คณะวิศวะที่นั่นก็ดีเนอะ  ฟุคุโอกะก็อยู่สบาย ไปถึงเหตุผลที่คนที่นัดไปดูคอนเจ๊ไมด้วยกันก็อยู่แถวนั้น 5555+

 

พุธ 17 ก.ย. โอซาก้าตอบปฏิเสธมาว่า....เกินกำหนดรับแล้ว !!!! -[   ]- (พร้อมหลักฐานด้วยหน้าเว็บที่บอกเงื่อนไข)

 

อาร้ายยยยย ไม่ยอมๆ เราส่งเมล์ไปครั้งแรกยังไม่เกินสิงหานะ >_< มาปฏิเสธกันอย่างนี้ไม่ยอม ต้องตื๊อต่อ อีกใจนึงก็ ทำไมคิวชูยังไม่ตอบกลับมานะ อยากเข้าจะแย่แล้วเนี่ย ~~~~~>"<  รู้สึกความน่าจะเป็นที่จะได้ไปอยู่มหาลัย xxx กลางทุ่ง มันมากขึ้นเรื่อยๆ.....อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก (เหงื่อตกออกมาเป็นสาย)

วันเดียวกัน อ.N ที่ปรึกษาซีเนียร์โปรเจคต์เรา พาไปคุยกับอ.ท่านนึงที่จะช่วยเรื่องเกียวโตได้ อ.W เป็นถึงผอ.นาโนเทคคนที่แล้ว ช่วงที่เราฝึกงานอยู่นั่นแหละ แต่ยังไม่เคยเจอจังๆหรอก โอ้~~~ ความรู้สึกประมาณจะได้เข้าพบคนระดับนั้น~~~-[]-  ก่อนหน้านี้ไม่นานเราเพิ่งเล่าเรื่องให้อ.ฟัง อ.ถามว่าอยากที่ไหนก็บอกว่าเกียวโต (อ.ที่ปรึกษาเราก็จบเกียวโต)  ไม่กี่วันต่อมา (ช่วงที่ความรู้สึกเทไปทางคิวชู เลิกหวังเกียวโต แต่ยังตามตื๊อโอซาก้า55+) อ.Nก็ให้นัดอ.Wท่านนี้ไปคุยแล้ว (โดดเรียนตอนเย็นไปคุยเลยทีเดียว เอิ้ก)

แค่อ.W ถามว่าจะไปทำรีเสิร์จด้านไหน คณะอะไร บอกแค่นั้นอ.ก็พูดชื่อโปรท่านนั้นออกมาเลย "อ๋อ ทาบาตะ คนนั้นน่ะไฮเปอร์มาก"

 ........-[ ]-  

" เค้าพูดเร็วมากๆ ภาษาอังกฤษปร๋อ แถมจบดร.ถึง 3 ใบ "

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! -[           ]-

"มีอะไรบ้างนะ ทั้งหมอ เภสัช พอลิเมอร์"

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! -[           ]-

ตอนนั้นคำพูดที่เคยไปปรึกษาอ.ก่อนจะเลือกโปรท่านนี้ก็เทซัดมา เป็นสิ่งที่กังขาเรามาตลอดทำให้เราเลือกที่นี่ไปอย่างไม่แน่ใจ  จริงๆอึ้งตั้งแต่ที่เราจิ้มชื่ออ.ดูในเว็บตีพิมพ์บทความทางวิชาการแล้ว แค่ตั้งแต่ปี 2000 มีเปเปอร์ออกมาถึง 100 กว่าฉบับ (ซึ่งเปเปอร์พวกนี้ทั่วๆไปเค้าเขียนกันเป็นหลายเดือน เกินครึ่งปี  แต่นี่ตีพิมพ์ชนิดแทบจะรายเดือนเลยทีเดียว)  อ.ท่านนั้นบอกว่า โปรคนนี้แอคทีฟมากๆ  ต้องมีผลงานให้เค้าทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ แล้วเข้าไปอยู่ที่นั่นก็ต้องขวนขวายเองนะ ที่นั่นเค้าไม่ค่อยชอบคุยกับคนต่างชาติ  ตอนอ.ไป เข้าแล็ป 9 โมงเช้าถึงตี 2 นอนในแล็ปกันไปเลย

ไม่อ๊าววววววววววววววว~~~~~~~~~~~~~~~

ไม่อยากเข้าที่นั่นแล้ว~~~~~~~~~~~~~T___T

( เหตุผลที่ตอนนั้นเลือกเกียวโต มหาลัยดี มหาลัยดัง (มาเห็นทีหลังว่าแรงค์ว่าเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น แต่แรงค์มันก็วัดอะไรไม่ค่อยได้หรอก) ด้านวิทยาศาสตร์ก็เด่น เกียวโตสวย สงบ ริทสึเมคังที่เจ๊ไมเรียนก็อยู่เกียวโต.....)

ลำบากใจจริงๆ อ.ที่จะช่วยแนะนำเราให้ที่นั่นได้อยู่ตรงหน้า อ.W บอกให้เราส่งแผนการเรียนที่ส่งไปที่นั่นให้เค้าดูหน่อย  มันอาจจะยาวเกิน โปรเฟสเซอร์ยุ่งๆเค้าไม่มานั่งอ่านกันหรอก ตอนผมอยู่นาโนเทค เมล์พวกนี้มาวันละหลายสิบฉบับ ขืนตอบหมดก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ลำบากใจมากที่อ.จะช่วย และเราก็จะให้อ.ช่วย เพราะอะไรๆข้างหน้าก็ยังไม่แน่นอน เดี๋ยวไม่ได้เลยสักที่จะขำไม่ออก ทั้งๆที่เราไม่อยากเข้าเกียวโตแล้ว....

 

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (คืนนั้นแหกปากให้ที่บ้านหนวกขูหลายรอบ)

คิวชูตอบมาซะที อยากเข้าคิวชู~~~~~~~~~T___T

คืนนั้นก็ส่งเมล์แผนการเรียนให้อ.ท่านนั้น

 

พฤหัส 18 ก.ย.

ตอนเช้าเช็คเมล์อ.ท่านนั้นก็คอมเมนท์เรื่องแผนการเรียนเรามาทันที บอกว่าเขียนได้ดี แต่.......สรุปแล้ว.....แก้ใหม่หมดเลยว่างั้น 555 ในขณะที่งานทำ research methodology ที่ต้องส่งอาทิตย์หน้าก็กอง  คิดว่าคืนนี้ทิ้งงานไว้ก่อนทำไอ้นี่ละกัน  และแล้วพอเช็คเมล์ในเย็นนั้นเอง...

โอซาก้าตอบมา !!!!  

prof.Nakano ตอบเมล์มาถึง 2 ฉบับในวันเดียวกัน  ตื๊อได้ผล !!!!!??  บอกว่า ความสนใจเรากับแล็ปเค้ามันไม่ตรงกันเท่าไร  คาดว่าเราคงดูจากเว็บที่ไม่อัพเดทนั่น  ง่ะ -[]-  ยังไงก็ตาม เค้าได้แนะนำโปรอีกท่านให้ prof.Akashi บอกว่าเป็น expert ด้าน Tissue Engineering เลยทีเดียว ใอ้ลองคุยดู  เปิดเมล์อีกฉบับ  เค้าบอกว่าเค้ากับโปรคนนั้น (เดี๋ยวก็ใช้ท่านเดี๋ยวก็ใช้คนแฮะเรา ^ ^'') คุยกันแล้ว เค้ายินดีรับเราถ้าเราจะเข้า ให้เราติดต่อโดยเร็ว

โอ้~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!

 

โอซาก้า !!!!! โอซาก้า !!!!!! บังเกิดแล้ว~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!! >_____<

พิจารณาอยู่ครู่นึง นั่งดูผลงานโปรท่านนั้น  พบว่ากว้างอยู่ ไม่ตรงเป๊ะนัก  แต่แล็ปเค้าก็เหมือนเน้นด้านนี้เหมือนกัน

 

อ๊ะ....แล้วเรื่องเกียวโตล่ะ....?

ตอนนั้นมันอยากโอซาก้าชนิดโผเข้าหาละ  เหมือนพ้นแลปเกียวโตที่น่ากลัวไปแล้ว 555  เกิดความลังเลขึ้นหนึ่งจังหวะ ตอนที่เพื่อนคนที่ได้โตเกียวบอกว่าเกียวโตชื่อเสียงเป็นต่อโอซาก้าหลายขุม พร้อมข้อมูลแรงค์มหาลัยโลกที่ห่างกันอยู่เยอะ ....

ในสายตาเราคิดว่า มหาลัยในญี่ปุ่นก็ดีๆทั้งนั้น มาตรฐานเค้าไม่ต่างกันมาก  ศักดิ์ศรีดีกรีเกียวโตกับโอซาก้าเราก็ว่าไม่ต่างกันนา เกือบลังเลเพราะแรงค์แล้ว แต่แรงค์มันบอกอะไรไม่ได้หรอก ถ้าจะดูให้ชัดขึ้นก็ดูตรงแรงค