เอนทรี่นี้ ไ่ม่หลอนนะ~~

posted on 25 Sep 2010 13:42 by penggnep

สวัสดีฮะ !!! ^ ^

 

 

วันนี้จะมาพล่ามความรู้สึกของการอยู่ที่ี่นี่สักเล็กน้อย(?)  ยาวจนได้ จับใจความยากและหาสาระมีไม่ อ่านแล้วจะพบว่าเราเป็นคนมีปัญหานี่หว่า  อย่าไปอ่านมันเลยก็ได้ฮะ 555555+

 

//บ่นกับตัวเอง//

เรามาเรียนที่โอซาก้าจะปีนึงแล้วแฮะ รวดเร็วจริงๆ  แต่ก็ทำอะไรมามากมายตลอดเกือบปีที่ผ่านมาทั้งเรียนแล็บเที่ยวเล่นกิจกรรม  เหมือนเราแทบจะไม่ได้อยู่เฉยๆว่างๆเลย

เกือบจะปีนึงแล้ว เรา เพิ่งรู้สึก และเพิ่งรู้จัก ว่าเราเหงา

ปกติถ้าเราว่างเราจะชอบใช้เวลาอยู่ในโลกส่วนตัว ไม่ว่าจะดูการ์ตูน ดูคอนเสิร์ต วาดรูป และหมดเวลาอยู่หน้าจอคอมไปวันๆ วันดีคืนดีก็เอาคีย์บอร์ดขึ้นมาเล่นเพลง เวลาคนมาชวนไปทำอะไรเยอะๆบางทีเราก็เริ่มขี้เกียจไม่อยากเข้าสังคม แต่เราก็ได้สนุกทุกครั้งที่เข้าไป

เรายังคงอยู่ที่หอเดิมอยู่ ช่วงแรกๆที่มา เราคิดว่าสังคมที่นี่ดีนะเนี่ย ชาวไทยที่หอ มีกิจกรรมทำอะไรกินด้วยกันบ่อยๆ ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง วันอาทิตย์มักมีรายการทำอาหารกินด้วยกันเสมอ รู้สึกว่าที่ที่เรากลับมา มีคนให้จับกลุ่มทำกับข้าวกินข้าวเม้าท์กัน สนุกดี (ถึงเราจะช่วยได้แค่ล้างชามซะส่วนใหญ่ ฮาๆ) เหมือนเวลาอยู่ไทย ที่กลับบ้านแล้วเจอคนที่จะคอยฟังเรื่องราวของเรา

ก็รู้สึกอย่างนั้นได้แค่ครึ่งปีกว่าล่ะว้า

จนเมษา มีคนไทยอีกกลุ่มย้ายเข้ามาที่หอเพิ่ม  คราวนี้สังคมมนุษย์ไทยที่นี่ก็ใหญ่ขึ้น ก็สนุกขึ้นนะ แต่ละคนนี่ฮามาก คนที่มาใหม่ก็หลั่นล้ากันทั้งนั้น แต่กลับสวนทางกับมนุษย์แล็บอย่างเราที่เริ่มเปิดเรียน ทั้งเรียนเช้ายันเย็นแล็บค่ำรายงานพรีเซนต์ แทบจะจมอยู่กับแล็บไม่เ็ห็นเดือนเห็นตะวัน (ปอโทปีหนึ่งที่นี่จะตารางเรียนแน่นมาก แต่เทอมถัดไปจะแทบไม่มีเรียนเลยทีเดียว ปีสองไม่ต้องเรียนแล้ว) วันเสาร์ก็ยังต้องมาเข้าฟังพรีเซนต์เปเปอร์ (อารมณ์ journal clubที่นี่เรียก tansakai) เราเลยไม่ค่อยได้ไปร่วมทำอะไรกับชาวบ้านที่หอ จากชวนแล้วไปไม่ได้ หลังๆเลยไม่มีใครชวน ในหลายครั้งที่วันเสาร์ตอนบ่ายเราก็อยากชิ่งออกจากแล็บไปเที่ยวกับมนุษย์ทางนั้นบ้างเหมือนกัน มีอยู่ครั้งนึงที่รู้สึกตัวเองขวนขวายพยายามตามชาวบ้านไปถึงโน่้นทั้งๆที่ไม่มีใครชวน และแล้ว ตอนนี้เราก็เหมือนไม่มีตัวตนอยู่ที่นั่นอีกต่อไปยังไงอย่างนั้น

ไม่อยากจะพูดแบบเจาะจง แต่ก็คันปาก ถ้ามีคนที่เราพาดพิงมาเจอเอนทรี่เรา เราก็ยินดีให้อ่าน ฮ่ะๆๆ ถึงจะเป็นไอ้คนมีงานอดิเรกเยอะอย่างเราก็รู้สึกเซ็ง อึดอัด เอือมระอา กับเรื่องที่เจอเหมือนกัน มีพี่คนนึง ที่ตอนแรกคอยดูแลช่วยเหลือเราดีมาก มากจริงๆ ปรึกษาได้ทุกอย่าง มีอะไรชวนไปไหนตลอด พอมีกลุ่มใหม่ย้ายเข้ามา และเราที่เวลาหลั่นล้าหมดลง ก็เหมือนเราจะไม่มีตัวตนในสังคมนั้นไปในที่สุด  ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เราที่อยู่ในเฟสกำลังเอือมสังคมนั้นแต่พยายามคุยด้วยทำเป็นไม่มีอะไร คือวันหนึ่งในโรงอาหารมหาลัย พี่คนนั้นชวนทำอาหารอีสานกินอันอาทิตย์นี้ พี่แกก็ชวนๆคนรอบๆรวมถึงพี่ๆที่ไม่ได้อยู่หอนั้น จนหมดคนให้ชวนแล้วมั้ง ก็บอก คนน้อยเนอะ แล้วก็หันมาทางเราบอกว่า อ๊ะ นี่ไง เย็นวันอาทิตย์ว่างเปล่า เอ่อ กรูตัวเล็กมากเลยเนอะ  ... แต่เราก็ตกลงและก็อยากร่วม พอวันอาทิตย์เที่ยงเรากำลังจะออกไปข้างนอก พี่อีกคนก็โทรมาบอกว่าจะถึงแล้ว เราก็งง มาทำไมตั้งแต่เที่ยง พี่แกบอกว่าเค้าเลื่อนเวลากินมาเป็นเที่ยงแล้ว

เท่านั้นอะ เสียงเส้นสติขาด "ผึง" แบบที่มิซาเอะเป็น ก็ดังขึ้นในหัวเรา สาดดดดดด ไม่มีใครบอกกัน ขนาดพี่ที่อยู่ที่อื่นยังรู้ ซาบซึ้งน้ำใจมาก แม่ง เราเลยบอกไม่ไปแม่งแล้ว (แล้วเราก็เดินหน้าไปเซนริจูโอ สถานที่ที่เจ๊ไมจะมามีอีเสนท์เสาร์หน้า กร๊ากกกกกกก)

เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากจบช่วงเลี้ยงส่งน้องคนไทยที่อยู่หอเราสองคนกลับไทย ช่วงนั้นเราพยายามกลับมาเข้าสังคมนี่อีกครั้ง เพราะน้องๆจะกลับแล้ว  พอน้องกลับกันไปปุ๊บ ก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ถ้าจะพูดก็ไม่น่าผิด ว่าถ้าวัตถุดิบทำอาหารไม่อยู่กับเรา (เช่นกระเพาะปลา 1 กิโลที่ท่านป้าเราอุตส่าห์ส่งมาให้) ก็ไม่ชวนกันเลยใช่มั้ย?

คงเป็นเพราะนิสัยไม่ค่อยจะเข้าหาชาวบ้านของเรา ต้องปล่อยให้คนอื่นเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรา ไม่ตามข่าวสาร จะอยู่ที่โรงเรียน มหาลัย หรือที่นี่ เรามักจะตกข่าวสังคมมนุษย์เสมอ เราอึดอัด แต่เราไม่บอกใคร ไม่อยากทำตัวงอแงมีปัญหาให้ใครสนใจขนาดนั้น มันเป็นเรื่องงี่เง่าที่ทางนั้นเค้าก็ไม่ได้ผิดอะไร เราไม่มีทางไปบอกเรียกร้องความสนใจ แต่ใจจริงคืออยากให้อีกฝ่ายรู้ด้วยตัวเอง  แล้วใครมันจะไปรู้วะ อืม เรากำลังมีทิฐิโดยที่ไม่มีใครรู้ 

วันนั้นพล่ามให้เพื่อนที่โรงเรียนฟังไป มันบอกแกก็ไปบอกเขาสิว่าอยากให้ชวนกันบ้างอะไรบ้าง คนเรามันก็งี้แหละ จะไปหาอย่างเพื่อนๆแกนี่หายากนะ  

เออ จริง  แต่ปัจจุบันนี้เราไม่ได้เจอหน้าชาวไทยในหอเลยนะเนี่ย ชั้นสองเหลือเราอยู่คนเดียวแล้ว และเราก็ขี้เกียจจะไปเจอใคร ก็นิสัยอย่างนี้ล่ะว้า  แต่ตอนนัี้ที่หอชั้นเรามันร้างจริงๆนะ คนกลับประเทศกันไปเกือบหมดแล้ว  เวลากลับมาบ้านนี่น้ำลายแทบจะบูด ดีที่ตอนนี้คนจีนข้างห้องกลับมาแล้ว ค่อยมีคนให้คุยหน่อย ^ ^

วันที่รู้สึกว่า เฮ้ย นี่เรากำลังเหงา ก็คือวันที่ที่บ้านเรามาเที่ยว เราพาเที่ยวแถบโอซาก้าแล้วพานั่งชินคันเซ็นไปโตเกียว ในวันที่เราไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟไปนาริตะกลับตอนเช้า และเย็นวันนั้นเรานั่งชินคันเซ็นกลับมาโอซาก้าคนเดียว ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ เริ่มบิวท์อารมณ์ เหวย อยู่ๆก็รู้สึกว่า ที่ที่เรากลับไป ไม่มีใครรอเราอยู่ ไม่มีใครให้คุย ไม่มีใครรอฟังเรื่องของเรา ที่ที่เรากลับไป มีแต่โลกส่วนตัวของเรารออยู่ อุ นี่มัน ความรู้สึกอ้างว้างหรือนี่??

....งี่เง่าเนอะ ทำไมไม่รู้จักไปหาชาวบ้านฟะเรา

สังคมที่มหาลัยก็ดี พี่ๆคนไทยดี ถึงเราจะยังไม่สนิทมากเพราะเราไม่ได้อยู่แถบที่พี่ๆส่วนใหญ่เค้าอยู่กัน แต่ก็คุ้นเคยกันมากขึ้นเวลาเจอกันที่โรงอาหาร อย่างน้อยพี่เค้าก็ชวนเราไปไหนบ้าง แต่ที่หอไม่มีสังคม  

ฮะ ?? เรากำลังฟุ้งซ่าน !!? โอ้วววววววว นี่คือความฟุ้งซ่าน ทิฐิ และประสาทสินะ เราพบว่าช่วงนี้ปิดเทอมเราอาจมีเวลาว่างมากไปหน่อยให้มาคิดเรื่องพวกนี้ แต่อีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว งานพรีเซนต์แล็บกลับมา คงไม่มีเวลาให้คิดบ้าบอคอแตกแล้วล่ะ ๕๕๕๕๕๕

อีกเรื่องนึง ตอนนี้กำลังเหม็นหน้ามนุษย์ในแล็บคนนึงมาก ไอ้คนนั้นคืออดีตติวเตอร์ที่คอยช่วยเราทุกอย่าง ไม่คิดว่าจะเหม็นหน้าใครเป็นนะเนี่ย เกลียดพวกเพอร์เฟคต์ชันนิสซึ่มจริงๆว่ะ   

เฮ้ยยยย เรากำลังมีปัญหานี่หว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหาเรื่องสังคมมนุษย์เข้ามายอแยในชีวิต อะไรก๊านนนนนนนนนน

ไอ้จัน แกพูดถูก แรกๆก็ดี นานๆสิึถึงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร 

แต่เราก็ดีใจที่เรามีเพื่อนอยู่ที่นี่ ถึงจะอยู่ไกลเหนือใต้ และยังมีเพื่อนอีกสองสามคนทยอยมา โตเกียว เกียวโต กับชิกะ อยู่ ไชโย~~~~~~~~XD

แรงบันดาลใจในการเรียนอยู่ที่นี่ของเราซึ่งก็คือเจ๊ไมมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราต้องเอาเจ๊ไมเข้าพึ่งให้มากๆ ต้องมีน้ำหนักมากกว่าความรู้สึกไม่สบายใจทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ เราถึงจะใช้ชีวิตต่อที่นี่ได้ ย้ากกกกกกกกกส์สสสสสสสสสสสสสสสสส

 

จบๆๆๆๆ เลิกฟุ้งซ่าน !!!!!!!!!!! เราต้องมองแต่ความสนุกที่กำลังรอเราอยู่เท่านั้น โอ๊ทสสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!!!!!!!!! XD

 

เสาร์ 9 ตุลา !!!! Saitama Arena !!! ฮัลโลวีนไลฟ์รอเราอยู่~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!XD ถึงความฉิบหายวายป่วงด้วยการค.ร.น.ของไอ้เปเปอร์คลับเสาร์เช้าวนมาเจอคิวเราพรีเซนต์ในวันนั้นก็ตาม ทำไมกันฟร้าาาาาาาาาาาา ไม่สน!!!! เราก็จะไปให้ได้เฟร้ยยยยยยยย กราบขอบพระคุณพี่ว่านที่จะพรีเซนต์แทนเรา เราจะช่วยเตรียมงานให้พี่ให้ได้มากที่สุด ถึงกระนั้นเรายังไม่ได้ขออนุญาตใคร กำลังปั้นเรื่องและหาเวลาที่เหมาะัสมอยู่ อย่างไรก็ตาม คืนวันศุกร์ที่ี 8 ตุลา เราก็จะตะแล้นไปโตเกียวแน่ๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง~~~~~~~~ XD (อย่าไปบอกโปรเราและคนให้ทุนเราเชียว ฮ่าๆๆๆๆ) 

และ  วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม เจ๊ไมก็จะจัดไลฟ์ที่โอซาก้า ทำให้เราแน่้ใจได้ว่าปลายปีนี้เราจะกลับไทย~~~!!!!!!!!!! \>w</  

อารมณ์ตอนนี้ โคตร อยาก กลับ ไทย!!!! อยากเจอ อยากเที่ยว อยากกิน!! ถ้าไม่ติดคอนเสิร์ตนะ หุๆๆๆๆๆๆ

ใครตามอารมณ์ไม่ปกติของเราทันนี่นับถือเลย แค่เข้าหลุมตุ่นที่ไม่ยอมทำความสะอาดก็ดีใจแล้วฮะ ขอบคุณที่ผ่านมาคร้าบ~~~~ ^ ^

 

ปล.ไหนบอกเอนทรี่นี้ไม่หลอน 55555

ปลล. เมื่อคืนไปคาราโอเกะถึงตีสอง ได้ร้อง SUMMER TIME GONE ด้วย~~~~~~~XD เราพบว่า ถ้าเราร้องท่อน "Summer time gone" จะทำให้เราร้องท่อนต่อไปได้ไม่สุดและไม่ทันวรรคต่อไป มิน่าเจ๊ไมถึงไม่ร้องในไลฟ์ =[]= แต่ปลาบปลื้ม เพลงนี้ร้องสนุกจริงๆนะ~~~XD

 

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาเยี่ยมจ้า

เราว่าเพราะแกอยู่มานาน รู้จักกันมากขึ้นเลยได้เห็นด้านอื่นๆของคนเยอะขึ้น คนเรามันก็มีหลายด้านแบบนี้แหละ
เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ

คิดถึงแกอ่ะ รีบกลับมานะ ปีใหม่เจอกัน

#4 By ryho (58.8.44.33) on 2010-10-09 11:45

*กอดซีรี่และชุนอิจี่ซัง~~~~~~*
ฮาๆๆ ขอบคุณมากฮะ ตอนนี้เราเข้าใจสภาพที่เป็นอยู่ละ มันเป็นอาการเฟลไปวูบนึงว่างั้นจริงๆนั่นแหละ ตอนนี้กลับมามีเรื่องให้หลั่นล้าหลายอย่างละ ~

เราว่าสังคมโรงน้ำชานี่ เหมือนแต่ละคนหันตัวตนที่ปกติไม่ได้ใช้กับสังคมเพื่อนข้างนอกมาใช้ในนี้ เพราะความชอบที่เหมือนกัน คุยกันด้วยภาษาที่มนุษย์ข้างนอกไม่อาจเข้าใจได้ มันเลยเป็นสังคมที่แฮปปี้และสบายดีอยู่ได้เรื่อยๆ ^ ^

เข้าใจชุนที่ว่าอยู่กับโลกของตัวเองจนแทบเน่า เราก็เป็นระยะๆ เคยขนาดตัดขาดกับโลกภายนอก ล็อคห้อง ปิดมือถือ ชักสายโทรศัพท์ เพื่อเปิดคอนเจ๊ไมดู 55555 หลังจากนั้นพบว่ามีคนพยายามตามเราไปกินข้าวด้วย โทรตามไปถึงพี่ที่แล็บเลยทีเดียว ฮาๆๆ orz

#3 By Pengๆ/docoro on 2010-10-01 22:00

ถ้าเทียบกับตุ่น เราคงอยู่ในจุดก่อนจะรู้สึกตัวว่าเหงา
เลยหลอกตัวเองด้วยการเรื่อยเปื่อยไปวันๆ (ฮา)

เราแยกโลกของตัวเองกะโลกที่อยู่กับคนเยอะๆจากกัน
แบบช่วงไหนอยู่กับตัวเองก็จะอยู่จนแทบเน่าเลย
พอเอือมตัวเองถึงขีดสุดก็ค่อยแรดไปหาคนอื่น
เลยคิดว่าเรานี่โชคดีเนอะที่เพี้ยนขนาดนี้แล้วยังมีคนคบ

ไอ้ที่ไม่มีคนชวนเราไม่ค่อยแคร์แหะ
แต่ที่เค้าไปกันหมดแต่เราดันไม่ว่างเนี่ยกำลังช้ำอยู่เลยล่ะ
มันอึดอัดเพราะรู้สึกว่าจะรอตูหน่อยไม่ได้เร้อออ
แต่ถ้าพูดไปมันก็เป็นการเห็นแก่ตัวดีๆนี่เอง เลยเงียบ

ปกติเราเป็นคนว่างสำหรับทุกคนเสมอแหละ
ประมาณว่าอยู่กับคนเยอะๆแล้วเราเงียบก็จริง
แต่ถ้าใครมาคุยด้วยเราก็ฝอยไปได้ทั่วนะ

ดังนั้นคนอื่นก็จะชวนเราทุกงาน เพราะรู้ว่าอีนี่มาแน่
แต่นอยตรงที่ชวนตูเพราะพวกเอ็งไม่มีใครไปด้วยน่ะสิ
ใช่ซี้ ตูมันของตาย บางทีก็อยากจะเล่นตัวเหมือนกันนะ
แต่ก็กลัวจับจิตเลยล่ะว่าเล่นปุ๊บจะโดนลอยแพปั๊บ
เลยยังไม่ได้ลองเล่นตัวกะชาวบ้านเค้าดูซะที (ก๊าก)

เท่าที่เราอ่านดูตุ่นก้ยังไม่มีปัญหาเท่าไหร่นะ
ถือว่ายังมีสติ รู้ตัวเอง และยังเหลืออารมณ์ขันอยู่
คิดซะว่าเป็นช่วงเฟลวูบนึงที่เดี๋ยวก็ผ่านไปเน้อ

อ่านกินทามะสิ..!!!
(ตุ่น:จะเพิ่มภาระให้ตรูทะม้าย นี่เอ็งได้ค่านายหน้าเร้ออ)

#2 By k n o c t u a on 2010-09-26 19:43


สุสานร้างยังมีคนรอท่านอยู่เสมอ ฮิ~

สังคมมันก็เป็นอย่างนี้ไม่ว่าที่ไหนแหละน่อ เราเลยไม่ค่อยจะเข้าสังคมเท่าไหร่ (หมายถึงสังคมข้างนอก ไม่ใช่โรงน้ำชานะ) สำหรับเราแล้วอาจเพราะความสนใจไม่เหมือนกันล่ะมั้งเลยคุยกันไม่ถูกคอ แน่นอนว่าเราไม่พยายามทำให้ทางนั้นเข้ามาในโลกของเราหรอก วะฮ่า

สุดท้ายเราเลยมีความสุขที่อยู่ในโลกของตัวเอง แต่บางทีก็มีเหวอๆ บ้างถ้าถูกเมินไม่มีใครชวนบ่อยๆ ตกลงว่าเป็นคนเอาใจยากนะ ฮาๆ

ถ้าชีวิตในแล็ปมีความสุขดีก็ลืมๆ ความเหงาตอนนี้แล้วตั้งหน้าตั้งตารอวันใหม่เพื่อจะได้เข้าแล็ปไง เฮ~ หวาวว ฟังดูดีชะมัด เอิ้กๆ

#1 By Sirizx on 2010-09-25 19:33