conan

สวัสดีฮะ!! ^ ^ 

อาจจะงงว่าเอนทรี่นี้มาจากไหน สมมติว่ามันซ่อนอยู่ในอีกมิตินึงละกันฮะ 55 คือเรา draft ไว้หลายวันก่อนแล้วเพิ่งมากด publish เอาวันนี้ที่เพิ่งได้ของและปล่อยของสู่สายตาชาวโลก(?)น่ะ ^ ^

ขอบคุณก่อน จริงๆ Talk ในเล่มก็ยาวเหยียดเหลือเกินแล้วแท้ๆ ยังอยากพูดต่อในนี้อีก 555 ที่เรามีงานของตัวเองได้พิมพ์เป็นเล่มก็เพราะแถวๆนี้แหละที่บอกว่าจะซื้อกัน ไม่งั้นเราก็คงไม่กล้าพิมพ์ออกมาหรอก ๐T^T ขอบคุณทุกคนมากฮะ~!! >w< แล้วก็ขออภัยในความไม่สะดวกสำหรับคนที่ไปรับของวันนี้( อาทิตย์ 21 มิ.ย.) ที่งานแคปซูล ที่ต้องไปนั่งรอเรากรีดกระดาษพับปก ^ ^''  ซึ่งเราก็เพิ่งได้ของสดๆร้อนๆนี่เอง ยังไม่ทันเปิดดูข้างในเลยด้วยซ้ำ ที่ไม่ได้พับไปก่อนเพราะกะความหนาไม่ถูกอะ เลยทำให้ไม่รู้จะเว้นสองข้างไงดีด้วย กลายเป็นไม่ได้เตรียมพร้อมสุดๆ ว่าจะไปนั่งทำบนโต๊ะ ก็ลืมไปเลยว่าโต๊ะพวกนั้นกลายเป็นโต๊ะเล่นการ์ดเกมไปแล้ว orz ก็ขอบคุณที่นั่งรอเราตัดฮะ ขอบคุณลุงที่หาทำเลนั่งและช่วยพับด้วยฮะ ^ ^

รู้สึกเสียเวลาชีวิตไปมากเกินความจำเป็นกับงานชิ้นนี้ แต่ยังไงก็เป็นเรื่องดีที่มีผลออกมาเป็นชิ้นเป็นอันและเราได้สนุกสนานกับมัน ยุ่งไปหลายวันแต่เสร็จจากตรงนั้นแล้วพอว่างก็ไม่ค่อยชอบอีกแฮะ 555  เบื่อความเรื่องมากของตัวเอง กลัวเรื่องพิมพ์แล้วภาพจะไม่คมซะเหลือเกิน แล้วมันก็ไม่คมนักแต่ก็พอใจแหละ พิมพ์ออกมาแล้วเห็นสีเปรอะๆหลายจุดจริงๆ ทั้งๆที่พยายามลบให้สะอาดในคอมแล้วนะ 555

มีคนบอกว่าอ่านจนจบแล้วพบว่ามันเป็นการ์ตูนตลก....orz (ซับอ่านไปหัวเราะไป 555) อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาให้ดราม้าดราหมานะเนี่ย กร๊ากกก จริงๆอยากให้ค่อยๆอ่านและซึมซับอารมณ์จากภาพนะ ที่สำคัญกว่าควรเปิดเพลงเหล่านี้ฟังตามเพื่อจับอารมณ์ ก๊ากกกก (มีเอ็งทำอยู่คนเดียวแหละ!!)

 

เอนทรี่นี้มีเพื่อไว้บ่นเกี่ยวกับโดเรื่องนี้นั่นเองฮะ น้อมรับทุกคอมเมนท์เลยคร้าบ~~^w^  ตามสบายเลย จะว่าพล็อตน้ำเน่า ไม่สมเหตุสมผล หมั่นไส้ซาโต้ สงสารทาคางิ ตุ่นวิปริต ยังไงก็ได้ฮะ 555555

 

เกริ่นถึงไอเดียอีกทีนึง ก๊อปมาจากเอนทรี่ข้างบน 555 (จริงๆแล้วเขียนไว้ใช้กับเอนทรี่นี้ แต่ดันใส่กับข้างบนไปแล้ว ขอใส่อีกทีละกัน ^ ^')

โดเรื่องนี้เขียนขึ้นจากเพลงหลายเพลงนะ ^ ^  ( มี theme song ในภาพด้วย กระแดะมาก กร๊ากกก) หรือพูดอีกอย่างก็คือ ฟังเพลงแล้วเกิดภาพฉากบางฉากขึ้นมา รวมถึงพยายามใส่ฉากที่เป็นไปตามเพลง (ทำไมอารมณ์สุนทรีย์อย่างนี้ฉัน...) 

ถึงจะบอกว่าเพลงธีมคือ All I want ของเจ๊ไม แต่จริงๆไอเดียมันเกิดจากเพลง Mou kimi ga inai ของ Funky Monkey Babysล่ะ (เหมือนเราจะพูดถึงเพลงนี้หลายรอบมากๆ ^ ^' ถ้าจิ้มลิงค์ดูพีวีแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเพลงนี้ถึงส่งผล วะฮ่า~!) เพลงนี้ออกตั้งแต่ปีปลาย 2007 ใช่แล้ว ไอเดียของโดเรื่องนี้มันเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นนั่นเอง!! (นานเข้าไปได้อีก) หน้าแรกเลย ฉากที่ทาคางิวิ่งตะเกียกตะกายท่ามกลางพายุหิมะ(เฮ่ย?) มันมาจากเพลงนี้นั่นแล ^ ^ แล้วสถานที่ที่แยกจากกันก็ต้องเป็นชานชาลาด้วย (ตามในเพลง โหะๆ) มีเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ที่คิดไว้ ไม่ใช่บอกเลิก แต่มีเหตุให้ต้องจากกัน หรือเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแล้วก่อนจะสายไปซาโต้ก็ตามมาเจอที่ชานชาลาแล้วได้ปรับความเข้าใจ หรือทำให้หมอนั่นคาสว่างอะไรทำนองนี้ (อ๊ะ ทำให้ 385 ต้องลำบากอีกแล้ว!) ฟุ้งไว้หลายตลบสุดท้ายบทพลิกออกมาในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุดอย่างนี้นี่เอง วะฮ่า~!XD

.

.

.

ต่อจากนี้สำหรับคนที่ได้อ่านโดเราแล้วจึงเหมาะจะอ่านฮะ XD อยากพูดถึงแต่ละฉากว่ามันมาได้ยังไงน่ะ ^ ^ (จะว่าไป วันนี้ได้เห็นออกมาเป็นเล่มแล้วถึงเพิ่งนึกได้ว่า เราลืมใส่เลขหน้า 555 แต่จริงๆก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมีนี่เนอะ =w=  ข้างล่างนี่ หน้าที่ 1 ก็คือหน้าที่ทาคางิวิ่งฝ่าพายุหิมะ(?)นะฮะ)

.

.

.

- หน้า 1-2  หน้าเปิดเรื่องที่หลอกให้คนอยากอ่านสินะ กร๊ากกกกก พอหน้าถัดๆไปอาจจะดูเรื่อยๆไปหน่อย เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเล่าเรื่องชีวิตบัดซบสองวันของทาคางิให้น่าสนใจกว่านี้ยังไงดีแฮะ ^ ^; ถ้าเรื่องมันรุนแรงกว่านี้ขนาดที่หมอนี่จะไปโดดรางรถไฟหรือวิ่งไปให้เฮลิคอปเตอร์ทับค่อยน่าตื่นเต้นหน่อยเนอะ(เฮ่ย...) 555 อะ กลับมาที่หน้า 2 เราชอบมุมของแต่ละกรอบเป็นการส่วนตัวแฮะ อยากให้อารมณ์คว้างๆ ท่ามกลางลมโชยและหิมะ ชอบกรอบที่สามของหน้า 2 จัง > < แต่มุมพวกนี้เราก็ว่าเราซึมซับมาจากเรื่องอื่นๆที่เคยผ่านตารึเปล่านะ กลัวว่าหลายฉากในเรื่องนี้จะเป็นมุมที่โหลๆเหมือนกัน ^ ^''....เราก็ไม่แน่ใจว่าคิดเองหรือไปเลียนแบบเค้ามากันนะ O_O

- หน้า 3 ที่เป็นทาคางินอนไม่หลับ อยากวาดฉากอย่างนี้นานแล้ว (กับการ์ตูนที่คิดไว้เอง) คนนั่งกังวลบนเตียงริมหน้าต่าง ข้างนอกมีแสงสว่างส่องผ่านเข้ามา จริงๆฉากนี้ไม่มีอะไรเลยนี่เนอะยังจะยกมาพูด 55 แต่ที่มีภาพโทรศัพท์ ก็คงมาจากท่อนต้นๆในเพลง All I want "..denwa ga naranai hi wa mune no oku ni tsumoru omoi..." (...ในวันที่ไม่มีเสียงโทรศัพท์เข้ามา ความรู้สึกก่อตัวขึ้นในใจ...)

- หน้า 4-5 ฉากเทกาแฟ ทำไมต้องมีกาแฟ อันนี้แทบไม่เกี่ยวแต่เพราะในเพลง All I want มีพูดถึงมิ้ลค์ที (จริงๆเจ๊ไมชอบแอบใส่เครื่องดื่มที่ชอบลงในเพลงหลายเพลงแล้วนะเนี่ย ฮา~) ก็เลยอยากให้เรื่องนี้มีชาหรือกาแฟอยู่ด้วยให้ได้ 555 (แค่นั้นเนี่ยนะ!)

- หน้า 7 กรอบแรก มีใครเห็นหลุมตุ่นไหม กร๊ากกกก (มันใช่เรอะ!!)

- หน้า 8 ฉากทาคางิสิ้นหวัง คำพูดในกรอบล่างๆนั่นแทบจะเอามาจากเนื้อเพลง แต่แปลงนิดหน่อย "ถ้าเช้านี้เราเจอกัน เราจะยิ้มทักทายกันเหมือนอย่างเคยได้มั้ย" มาจากในเพลง All I want ฮุคแรก "..onaji asa mukaete futari de tsukuru MIRUKU TII to.. mabushi sou ni warau anata ga..." ซึ่งยูกิได้แปลให้ว่า " ...ย่างเข้ารุ่งเช้าที่เหมือนกับทุกวัน กับมิลค์ทีที่พวกเราสองคนชงด้วยกัน... ขอเพียงได้อยู่ข้างๆเธอผู้กำลังยิ้มอย่างสดใสเท่านั้น..." ซึ่งให้อารมณ์ขอให้กลับไปเป็นอย่างในความทรงจำอันแสนสุขเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เลยเอามาทำเป็นบทพูดตอนที่ทาคางิคุงกำลังเฮิร์ทสุดขีด ฮา~~ ^ ^

- หน้า 10 ตึกกรมตำรวจนครบาล... มันเป็นของที่ต้องมี 55555

- หน้า 12-13 ฉากทาคางิเดินคอตกในเมือง วาดมา 10 กว่าหน้ากว่าจะได้วาดฉากเทศกาลในเมืองที่อยากวาด~ เบื่อวาดฉากในตึกมากเลยอะ >_< ห้องเหิ้งอะไรเราวาดเป็นที่ไหน~~(พยายามใส่เพดานไม่ให้ดูโล่ง ^ ^'') หน้าแรกๆจะเห็นความเละเทะ (เอ๋ หน้าหลังๆก็ยังเละเหรอ 55) เพราะทีแรกไม่ได้กะพิมพ์ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยฮะ ^ ^'' พอเข้าหน้านี้โดเราก็มีสีสันขึ้นซะที ดีใจเวลาลงสี ชอบลงแสงไฟในยามค่ำคืน ^ ^ แต่พอลงไปหลายๆหน้าเข้าก็ชักหมดมุขเบื่อเหมือนกัน 55 (ใครให้แกวาดซะยาวขนาดนั้นฮะ) จะมีใครเห็นตัวละครลับ 3 ตัวที่เราจับไปเดินในเมืองด้วยมั้ยนะ~:3 (ออกจะชัด 555) เวลาฟังเพลง Sei naru yoru ni ของ Ketsumeishi ภาพบรรยากาศค่ำคืนของเทศกาลนี้ก็จะผุดขึ้นมา มีผลให้เราวาดออกมาได้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นนะเนี่ย ชอบจัง~XD

และฉากเดินคอตกในเมืองนี่ ก็มาจากเพลง All I want อีกแล้ว "~Hitogomi no naka~ te wo tsunaide aruku koibito tachi ni futari wo kasanetemitu..." ซึ่ง(ยูกิ)แปลว่า "~ท่ามกลางผู้คนมากมาย~ เมื่อลองเปรียบเทียบเราสองคนไปยังเหล่าคู่รักที่เดินจับมือกัน..." ในเนื้อเพลงหลังจากนี้คนคนนี้จะรู้สึกสะกัดกลั้นความรู้สึกอิจฉาในเทศกาลนี้ไว้น่ะฮะ ในที่นี้จัดให้ทาคางิคุงรู้สึกสลดตัวเองยิ่งขึ้น ฮา~

- หน้า 14 ...ไม่มีอะไร ดีใจที่ในที่สุดก็ได้วาดซาโต้แสดงความคิดบ้าง~~\TTwTT/ (มันกลายเป็นโดทาคางิคุงไปแล้ว เพิ่งรู้ตัวตอนวาดจบ orz....)

- หน้า 14 ทำไมทาคางิต้องโดนอัด เพราะเราอยากให้หมอนี่สะบักสะบอมทั้งร่างกายและจิตใจ กร๊ากกกกก ทำไมเป็นตำรวจปล่อยให้นักเลงอัด ก็อย่างที่เจ้าตัวรู้สึกสมเพชตัวเอง คนกำลังจิตใจอ่อนล้าพาให้ร่างไร้เรี่ยวแรง เอิ้ก

- หน้า 15 ฉากทาคางิออกวิ่งตามซาโต้ จริงๆเราชอบหน้านี้มาก พยายามวาดหลายมุมกล้อง และช่วงหน้านี้ก็เป็นตอนที่เราคิดจะทำเป็นเล่ม พอวาดเสร็จแล้วมามองใหม่ก็เหงื่อตกเหมือนกัน กรอบเบียดกันจริงๆ ^ ^''

- หน้า 16-17-18 ดีใจมากที่มาถึงตอนนี้ซะที อยากวาดอะไรที่มันดราม่าเหลือเกิน~~~>w< ฉากนี้ก็คือฉากเดียวกับหน้าเปิดเรื่องแหละฮะ ทั้งสองคนวิ่งหากันในเมือง อย่างกับว่านับจากนี้ไปจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ใจภาวนาขอให้ได้เจอหน้ากันอย่างน้อยที่สุดก่อนที่ปีนี้จะหมดไป ท่ามกลางความหนาวเหน็บเหนื่อยล้าและสิ้นหวังของชายหนุ่ม เมื่อร่างกายล้มลง เขาก็ไม่สามารถและไม่คิดที่จะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงยืนขึ้นมาอีกต่อไป เหมือนกับปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมันจบลงตรงนี้.....จบละ (เฮ่ย) ฉากช่วงนี้อารมณ์มาจาก Mou kimi ga inai เต็มๆ ถึงความหมายจะไม่ได้ตรง แต่อารมณ์ความเฮิร์ทนี่ได้เลยล่ะ~~~XD

- หน้า 19 ทาคางิหันหลังกลับไป อยากวาดให้อารมณ์มันคว้างๆแฮะ ไม่รู้ว่าคว้างกันรึเปล่า? ^ ^

- หน้า 20 แอบวาดไม่ค่อยถูก แต่มันเป็นฉากที่ต้องมี อาจจะดูข้ามๆจากหน้า 19 มาหน่อย อุตส่าห์เติมกรอบสุดท้ายเล็กๆในหน้า 19 จะได้รู้สึกว่าเปลี่ยนสถานที่แล้วนะ ต้องแหกหนังสือหน่อยฮะมันริมเกิน แต่เลื่อนไม่ได้แหล่ว ^ ^'''

- หน้า 21 อีกหน้าที่ปลาบปลื้ม >_< จะเห็นได้ว่าบรรจงวาดให้ 385 ปรากฏตัวอย่างมีมาดมาก 55555 คำพูดก็คิดว่าควรจะอย่างนี้แหละ สร้างมาดสุดๆ หุๆๆ ฉากก็ตั้งใจวาดและลงสีมาก เสียดายวาดหน้าทาคางิข้างล่างไม่ค่อยดี แต่ไม่รู้จะแก้ไงแฮะ ไม่ถนัดวาดหน้าหันด้านนี้ซะจริง orz

- หน้า 23 เหนื่อยกับการยัดคำอธิบายมาก ยิ่งพอตอนวาดไม่ได้เว้นขอบไว้แล้วมาเลื่อนในคอมนี่เบียดกันแทบตายแน่ะ orz  แต่พอพิมพ์มาแล้วตัวหนังสือดูรู้เรื่องไม่เล็กมากแฮะ ยังดี ^ ^  จุดนี้อารมณ์ของเรื่องเปลี่ยนไป วาดให้แนบเนียนไม่ค่อยถูกเหมือนกันแฮะ ^ ^'' คือจากดราม่าหนักจิตมาเป็นขำๆ แต่เราก็ไม่รู้จะทำไงให้มันไม่ขำแฮะ ในเมื่อมุขมันเป็นอย่างนี้น่ะ 55 (ลุง: ควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น no Reason ....จริงด้วยแฮะ กร๊ากกกกก)  

- หน้า 25 สนุกกับการวาดหน้ารีแอคชันของ 385 ผู้ซึ่งกำลังรู้สึกว่า "เพ้ออะไรของนาย ชั้นไม่ได้ไปทำอะไรให้สักหน่อย" หน้านี้แทรกความรู้สึกส่วนตัวว่าปกติซาโต้ไม่ค่อยได้แคร์ทาคางิหรอก และครั้งนี้เธอก็ไม่รู้สึกถึงความบอบช้ำทางจิตใจของทาคางิคุงเลย กร๊ากกกก~~~ ไอ้ความไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยคิดอะไรของ 385 เนี่ย จุดน่ารักจุดใหญ่ของเธอล่ะ คิดงั้นมั้ยฮะ ? กร๊าง~~~~~~~~@>w<@

- หน้า 26 อารมณ์ของเรื่องเปลี่ยนไปอีกรอบ (เปลี่ยนทีนี่ยากเหมือนกันแฮะ นึกโพสท์ มุม แล้วก็คำพูดไม่ค่อยออกเลย -_-a;) และพระเจ้าก็เมตตาให้ทาคางิคุงได้มีบทดีๆบ้าง (กร๊ากกกก) อัดอั้นมานาน และหมอนี่ก็ได้พูดความรู้สึกออกมา มันคือความโล่งใจและดีใจอย่างหาอะไรมาเปรียบไม่ได้ของเขานี่เอง ได้ฟังพูดตรงๆอย่างนี้ ก็ทำให้ซาโต้อ่อนลงเหมือนกัน ^ ^ (จากเดิมทีอารมณ์แบบ อะไร ทำไม เกี่ยวไร ให้ตายเถอะ 55555) ยอมรับว่าบทพูดฝืดฮะ สกิลด้านภาษาของเราก็ต่ำด้วย orz แต่ต้องการให้สื่อความได้ประมาณนี้ล่ะนะ ^ ^'' 

- หน้า 27 และพระเจ้าก็ประทานรางวัลให้ทาคางิ ด้วยการที่ซาโต้แสดงความเป็นห่วงซะขนาดนั้น อะฮึก~> < (ต่อสู้กับจิตใจสองฝ่ายในร่างตุ่น) ที่ว่าสัมผัสเย็นเฉียบ ก็แสดงให้เห็นถึงความอดทนของซาโต้ที่ยืนรอหลายชั่วโมงท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเหมือนกัน ^ ^ กรอบเล็กๆข้างล่างที่สองคนได้เข้ามาใกล้ชิดกันนี่ก็ทั้งขัดใจทั้งหลอนไปในตัว (ยังไง? เอาเป็นว่า 385 น่าร้าก~~~~งื้ดดดด~~~> <) แต่ก็ชิดได้แค่นั้นแหละ เปิดหน้าต่อไปสิ 555555+ (ดูมันทำ...) ชอบโคมไฟ รู้สึกว่าค่ำคืนคริสต์มาสต้องมีโคมไฟลักษณะนี้ประกอบฉากด้วย ^ ^ แรกสุดเลย (ตั้งแต่ภาพเปิด) เราวาดโคมไฟได้สั่วไม่ได้สัดส่วนมาก จนพอมาวาดเอาทีหลัง เลยไปหารูปมาวาดตาม พอจะพิมพ์เลยเกิดขัดใจกับหน้าแรกมาก สุดท้ายก็กลับไปแก้โคมไฟใหม่ ^ ^; จงใจเว้นจังหวะด้วยการใส่ภาพโคมไฟดวงน้อยกับหิมะโปรยปราย อย่าคิดเป็นอื่นใดว่าตอนนั้น 385 ทำอะไร ฮะฮ่า~

- หน้า 28 อ่านหน้านี้แล้วเราชอบเปิด Last Christmas ของ EXILE ประกอบ ^ ^ ถึงความหมายจะไม่เกี่ยวแต่ด้วยตัวทำนองและดนตรีมันให้บรรยากาศว่า "เทศกาลได้เริ่มขึ้นแล้ว!" ซึ่งเป็นจุดที่บรรยากาศของเรื่องเปลี่ยน(อีกแล้ว) ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และตอนนี้เธอพูดว่า "เมอร์รีคริสต์มาส" ^ ^ แต่สิ่งที่ซาโต้ทำกลับเป็นการแกล้งทาคางิคุงซะงั้น 555 มุขนี้คิดนานเหมือนกันนะเนี่ย XD

- หน้า 29 นอนคิดมุขมานานหลายคืน ก็ได้มุขรับส่งจากฉากที่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ และ 385 จะน่ารักมากๆๆๆ~~~@>v<@ (น่าน...) ชอบคำพูดที่ซาโต้พูดฉากนี้จัง นอนคิดได้แล้วจำไปเขียนตอนเช้านะเนี่ย ^ ^ 

- หน้า 30 จริงๆไม่อยากวาดภาพจับมือกัน (แอบหมั่นไส้... ยังไงของมัน) แต่รู้สึกว่ามันลงตัวดีเลยยอมก็ได้ -w-; ทำไมโดหน้าหนาวเราทั้ง 3 เรื่อง (อีกสองเรื่องที่วาดเมื่อสมัยพระเจ้าเหาที่ 3 กับ 5 คือ Twinkle night และ White snow) ถ้าใครได้อ่านและจำได้ อาจสังเกตว่าภาพสุดท้ายต้องเป็นภาพมุมกว้างทุกที เห็นท้องฟ้า แล้วก็มีคำพูดบ่นๆกรอบเล็กน้อยเต็มไปหมด (ยกเว้นเรื่องแรก) 55555 สรุปว่าตอนจบกับตอนเริ่มนี่อารมณ์ต่างกันราวฟ้ากับเหวซะจริง 5555

หน้าถัดจากนั้น เป็นหน้าที่อยากให้มีมากก็คือลงภาพแปะเพลงและคำแปล ขอบคุณยูกิอีกทีฮะ 5555 (Ending song? 5555) ปลื้มที่ทำเอาไว้เป็นโทนสีฟ้ามาก ~~~@> <@ ทอล์คก็ยาวเหลือเกินเนอะ การ์ตูน 4 ช่องหน้าสุดท้ายนี่เป็นอะไรที่ถูกใจเราเป็นพิเศษ กรักๆๆ

พูดแล้วช่างยาวเนอะ จบเถอะ จบแล้ว จบก็ได้ ^ ^a''

ขอบคุณทุกคนที่อ่านอีกทีฮะ และขอบคุณมากๆที่มาแสดงความคิดเห็นกันคร้าบ~~~XD

 

edit @ 21 Jun 2009 23:01:35 by Pengๆ/docoro

edit @ 21 Jun 2009 23:07:56 by Pengๆ/docoro

สวัสดีคร้าบ~ ^ ^

เอนทรี่นี้จะพูดเรื่องน่าเล่า(เหรอ?)ที่ดองไว้อย่างละนิดอย่างละหน่อยฮะ =w=

ในวันพฤหัสที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา การสอบวิชาสุดท้าย (จาก 2 วิชา 555) ของเรา ซึ่งก็คือ Biomedical Electronic Devices ก็ได้จบลงแล้ว เท่ากับว่า ชีวิตปริญญาตรีใบนี้ ได้สิ้นสุดลงแล้ว !!! คนที่เรียนวิชานี้คงเป็นปี 4 ที่จบช้าที่สุดแล้วล่ะ เป็นการสอบที่ไม่เหมือนสอบ เว้น 10 วัน ยังไงก็ตาม เราเรียนจบแล้นนนนนนนนนน~~~~~~~~~~~XD

ถึงจะเรียนจบแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่างเลยซะที !!! -[]- (ปาหมอนใส่โซฟา)

เพราะอะไร เพราะต้องปั่นโด ปั่นโด ปั่นโดโคโร่ อ้ากกกกกกกกก มันคือโดเอาไว้ลงคัมภีร์งานมีทติ้งโคนันครั้งที่ 10 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. นี่เอง ~~~XD (ได้ข่าวว่าเพิ่งส่งงานป้าเมื่อคืน เอิ้ก...)

หนำซ้ำ ท่านพ่อยังให้ทำคลิปโฆษณาเว็บไซท์ให้อีก แต่ด้วยความที่เรารับงานโดมาก่อนและเป็นงานที่ต้องให้ทันกำหนด จึงมีเหตุขัดใจท่านพ่อนิดหน่อย -[]-  รูสึกว่าถ้าไม่ใช่โดจินแต่เป็นงานส่งอ.คงไม่ตั้งหน้าตั้งตาทำขนาดนี้ กร๊ากกกก

แปะสักหน้า หน้านี้คงเป็นหน้าที่เราภูมิใจที่สุดในชีวิตแล้ว!!! กร๊ากกกกกกก (ขนาดนั้น...)

ตอนอ่านฉากเปิดต้องเปิดเพลง PUZZLE ของเจ๊ไมประกอบไปด้วยนะฮะ 555+

ไว้เลยงานมีทติ้งแล้วอาจจะเอาหน้าที่เหลือมาให้ดูกันฮะ :3 (จริงๆก็มีแค่ 7 หน้าเอง เอิ้ก)

ใช้เวลาเกินกว่าที่ประมาณไว้เป็นเท่าๆตัว เพราะอะไร เพราะพยายามวาดยวดยานทั้งหลายนี่ไงล่ะ !! >A< ทั้งฝูงมอเตอร์ไซค์ แอนฟินี่ เบนซ์ อาปาเช่ ....พวกนี้เป็นของที่เราวาดไม่ได้เลย  แต่ตอนร่าง ดันเขียนไว้ซะหรูหรา วาดๆจนเสียเวลาไปเยอะยังออกมาไม่ดีจนจะเลิกวาดแล้ว แต่รู้สึกว่าโง่มากที่เราร่างโดที่วาดไม่ได้ขึ้นมา เลยไม่อยากโง่จึงตะบี้ตะบันวาดออกมาได้ในที่สุด!! =[]= ไหนจะคาแรคเตอร์ที่ไม่ถนัดและคาแรเตอร์ที่ไม่เคยวาดตั้งหลายตัว โดยเฉพาะลูกพี่กับเฮียชู  ปู่เจมส์ ท่านมัตสึโมโตะ สารวัตรเมงุเระ โจดี้ เคียนตี้ คอร์น เบลม็อท บลาๆๆ ...(สรุปว่ามันวาดได้แต่ 385 สินะ...) เหนื่อยมากมาย =[]= แต่ก็ยังทำด้วยใจรัก~~~>_<

 

ทำท่าจะไม่สบายตั้งแต่อาทิตย์ก่อน วันจันทร์ที่แล้ว (18พ.ค.) ก็ไปเที่ยวพัทยาทริปภาคอีก (47คน จาก 80 คน) นอนไม่กี่ชม. กลับมาก็หมดเวลาคืนนึงไปกับการวุ่นวายกับเฟสบุ๊ค -[]- วันที่เหลือก็ปั่นโด นอนต่ำกว่าเวลามาตรฐานแต่ก็นอนไม่น้อยหรอกแต่เหมือนไม่พอกับความต้องการของสภาพร่างกายติดกันหลายวัน เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (23พ.ค.) ไปทดลองสอนพิเศษวิชาเลขเด็กม.3 ซึ่งเป็นลูกชายของอ.ภาษาญี่ปุ่นเรานั่นเอง อ.ให้เราหาคนสอนให้ เราเลยบอกขอลองสอนเองได้มั้ย 5555 (แต่ไหงมันเรียนของม.4ฟระ เราถูกดัก ไม่ได้เตรียมไป ทำไม่ได้ ก๊ากกกก รูทซ้อนรูทซ้อนรูท ทำหาซากบีทรูทอาร้าย !!=[]=) ไปๆมาๆสอนตรีโกณ ในแมคพารากอน ซึ่งเสียงดังคนเยอะมากไม่เหมาะกับการสอนแม้แต่นิด (เค้านัดมาอ้ะ) ไปๆมาๆสอนโจทย์ตรีโกณไปเรื่อยๆเกือบ 2 ชั่งโมง สอนจนเสียงเราหายไปในที่สุดจึงต้องหยุดสอน หลังจากนั้นก็เป็นแบบเด็กแว่นในคดีฆาตกรรมแกงกระหรี่ในเล่ม 40 พูดแล้วไม่มีเสียงออกมาเลย !!!=[]= เงินก็ไม่ได้ เสียงก็หาย และดูท่าเค้าคงไม่ให้เราสอนต่อซะด้วยสิ ก๊ากกกก ตั้งแต่วันนั้น เราก็พูดได้แต่แบ๊ะๆๆมาจนถึงวันนี้ เคราะห์ซ้ำหวัดซัด อาการไอมันมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคืนไอจนต้องลุกขึ้นมาจิบยาแก้ไอ นอนตั้งนานกว่าจะได้หลับ orz  ....พล่ามจบก็ตบบ่าตัวเอง

 

****************************************************************

ไหนๆขอเล่าเรื่องทริปพัทยานี้ด เป็นทริปสั้นๆคืนเดียว แต่มันส์ได้ใจ  เพื่อนเราปิดรีสอร์ท (ไทปุระรีสอร์ท เล็กๆ 3 ชั้น 21 ห้อง มาตั้งอยู่ในที่ที่ไม่น่ามีรีสอร์ท รอบข้างไม่มีทะเล 5555 แต่รีสอร์ทเค้าสวยนะ ห้องพักก็ดี ฮ่า) ไฮไลท์คือปาร์ตี้ริมสระ สอยกันลงน้ำ 555555 เดินๆอยู่ก็ถูกถีบลงไป ถูกอุ้มถูกลากลงไปบ้าง ไอ้เราก็ไปลากไปถีบชาวบ้านเค้าไว้เยอะเหมือนกัน (บางคนมันแรงควาย เข้าไปจะผลักมัน กลับถูกเค้าเตอร์ลงน้ำเองแทนซะงั้นตั้งหลายรอบ orz) เล่นตั้งแต่ทุ่มถึง 5 ทุ่มกว่าก็ไปอาบน้ำ นอนอ่านการ์ตูนสักพักก็ไปเล่นไพ่ ตามเพื่อนไปนั่งดูมันกินข้าวมันไก่ตอนตี 2 (ร้านนั้นเปิดช่องเคเบิ้ลที่ฉายละครช่อง 5 สกุลกาด้วย !!-[]- ) กว่าจะนอนก็ตี 3 กว่าจะหลับก็เลยตี 5 นอนเท่าไรก็ไม่หลับ ทั้งๆที่เหนื่อยมากแท้ๆ = =;; ตอนนั้นก็ยังมี่คนดีดกีต้าร์ร้องเพลงกันริมสระน้ำกันอยู่เลยนะเนี่ย แต่เสียงไม่ดังหรอก

เอาเป็นว่าสิ่งที่ได้จากทริปนี้คือ

-รอยถลอกที่เข่าขวา 4-5 รอย

-รอยช้ำที่แข้งซ้าย 3 จ้ำยาวติดกันราว 3 นิ้ว และรอยอื่นๆกระจายตามขา

-ระบมทุกระยางค์ ไหล่เดี้ยง แขนเดี้ยง (ใช่มัด Erector spinae รึเปล่านะ =[]=) ขาเดี้ยงเดินแทบไม่ไหว <<รุ่งขึ้นมันยังไปขับโกคาร์ทต่ออีก ยิ่งปวดแขนหนักเข้าไปใหญ่ รถหมุนๆๆตอนเลี้ยวด้วยล่ะ!! =[]= 

-ขาแว่นเกือบหัก มันบิออก ต้องเอาทิชชู่ยัดไว้ให้ขามันไม่กางจะได้ใส่อยู่

-ป่วยในเวลาต่อมา...

.........อย่างไรก็ตาม สนุกสะใจ ได้ทำอะไรที่ไม่ต้องจำกัดความพอดีมันก็ดีเหมือนกันแฮะ (เรอะ!?) สุดเหวี่ยง~~~~~ ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนแล้วได้ถีบเพื่อนลงน้ำไม่อั้นแบบนี้อีกนะ!!! 555555  XD

 

************************************************************

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วแล้ว (15 พ.ค. 52) รถไฟฟ้าสายแรกสู่ฝั่งธนบุรีก็เปิดให้ใช้การแล้ว~~~~~~~~~~~~\TwT (ซะที..เห็นรางสะพานขึ้นตั้งแต่เรายังอยู่ม.ปลาย จนเข้ามหาลัยก็แล้ว จนย้ายบ้านก็แล้ว มันก็ยังไม่เสร็จ จนเรียนจบวันที่ 14 ปุ๊บ วันที่ 15 มันเปิดปั๊บ...จำเริญ.....จำเริญ.....)

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนฝั่งธน เรารู้สึกยินดียิ่งฮะ 5555 ไปนั่งวันแรกที่เปิดเลย (เพราะต้องไปถ่ายรูปโฟโต้หมีที่สยามกับเพื่อนภาคพอดี ฮ่า) ทว่า รถเมล์ไม่ผ่าน แต่อยากนั่งเลยนั่งสามล้อไป ไม่ต้องข้ามเรือไม่ต้องเดินไกลแต่เสียเงินมากกว่าเดิม -[]- ขากลับมาลงสถานีกรุงธนบุรีนี้ก็เคว้ง ไม่รู้ไปต่อยังไง รถเมล์ก็นานและอ้อม เลยเดินเอานี่แหละ พอเดินมาถึงถนนเส้นที่เราขึ้นรถเมล์ทุกทีแล้ว รถเมล์มันเลว~~~~คันแรกมินิบัสมันจอดก่อนถึงป้าย เราเลยขี้เกียจเดินไปขึ้นกะขึ้นคันหลังที่ตามมา ทว่าคันหลังก็เลวพอกันจอดกลางถนนแล้วแล่นผ่านเราไปเฉย เลยงอน เดินจากตรงนั้นถึงบ้านนั่นแหละ เดินไปคอยมองรถเมล์ฟรีไป ก็มันเหลือไม่กี่ป้ายอะ =w= พอป้ายสุดท้ายเราเลยขึ้นสะพานลอย พอมองลงมาก็เจอรถฟรีจอดอยู่..ให้มันได้อย่างนี้สิ !!! ขาลาก โฮกกก~~~~>A<

แต่ระบบมันยังโง่อยู่มาก รถไฟฟ้าต้องไปแหมะอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหลายนาที เพื่อรอให้รถที่สวนกันออกจากสถานีตากสิน เนื่องจากตรงตากสินทำไว้รางเดียว ไม่คิดเผื่อขยายต่อไว้เลย จะขยายก็ดูเป็นไปไม่ได้เพราะสองข้างเป็นสะพานสาทร จะเพิ่มอีกชั้นก็ดูเป็นไปไม่ได้พอกันเพราะต้องแก้โครงสร้างใหม่เลยมั้ง ทีแรกเราก็งงว่าจะมาเพิ่มสายไปวงเวียนใหญ่จากสถานีปลายทาง(ตัน)อย่างตากสินยังไง ก็ต้องออกแบบระบบนี่แหละ แต่ตอนนี้ไม่เข้าที่สุดๆ ขามาจากสยามรถไฟฟฟ้าก็ไปจอดแหมะที่ศาลาแดงกับสุรศักดิ์ร่วมๆสถานีละ 5 นาที ความเร็วทันใจมันอยู่ตรงไหน !!! คิดว่าถ้ากำหนดเวลาเป๊ะๆให้ไม่ต้องรอรถสวนได้ก็เป็นไปได้ที่จะให้ไม่ต้องเสียเวลานานอย่างนี้แหละ ช่วยทำให้มันดีทีด้วยเถอะ =w=

 

*************************************************************

ถ้าเอนทรี่นี้ไม่พูดถึงเจ๊ไมเลยเดี๋ยวจะนึกว่าไม่ใช่หลุมตุ่น ก๊ากกกกกกกก สักหน่อย

Beautiful~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~\TwT/

เพลงเพราะสุดยอดดดดดดดดดด เสียงของนางฟ้ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง !!!!!! @> <@

PV .....................หลอนละลายลงทะเลริมหาดที่เจ๊เดินอยู่ไปแล้วคร้าบ~~~~~~~~~

ให้ความรู้สึกสงบ... สะอาด... สบาย... สวรรค์...สะ...สะ.....สะ........สะ.........สวยที่สุดเลย~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!@T^T@ทั้งเพลง ทั้งพีวี ทั้งเจ๊ไม โฮก~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เจ๊ไมพูดถึงเพลงนี้ว่า "เป็นเพลงที่ทำให้นึกถึงความทรงจำที่มีความสุขค่ะ"

ใช่เลยฮะ มีความสุขมากๆ~~~~~~~~~~~>W<

"Tsuyameku~~~toki~...So beautiful smile for me...~" 

ช่วงนี้ต้องดูทุกวัน เพิ่มพลังชีวิต~~~*>w<*

ถ้าไม่ได้เพิ่งใช้ธีม Revive วันนี้คงเปลี่ยนเป็น Beautiful แล้วล่ะ 5555555

 

ขอบคุณที่เข้าหลุมตุ่นกันเช่นเคยคร้าบ~~ ^ ^